บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมวางเพลิงเผาทรัพย์สินและกิจการของผู้อื่น
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของปีศาจแห่งเปลวเพลิง ผู้ที่เจตนาลอบวางเพลิงเผาบ้านเรือน โกดังสินค้า หรือกิจการของคู่แข่งเพื่อหวังผลประโยชน์ จะส่งผลให้ต้องตกนรกขุมลึก เกิดมามีรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ฉกรรจ์ ธุรกิจถูกไฟผลาญซ้ำซาก และต้องตายอย่างทุรนทุรายในกองเพลิงทุกภพชาติ
1. อาชญากรผู้ใช้ไฟเป็นเครื่องมือทำลายล้าง
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นนักธุรกิจที่เต็มไปด้วยความริษยาและไร้มนุษยธรรม เมื่อเขาเห็นกิจการของคู่แข่งเติบโตจนแย่งลูกค้าของเขาไป หรือเมื่อเขาต้องการฮุบที่ดินของชาวบ้าน เขาจะว่าจ้างนักเลงให้ไป “ลอบวางเพลิง (Arson) เผาโกดังสินค้า ตลาด หรือบ้านเรือน” ของเป้าหมายในยามวิกาล เปลวไฟไม่เพียงแต่เผาผลาญทรัพย์สินที่ผู้อื่นหามาทั้งชีวิตจนวอดวาย แต่ยังคร่าชีวิตคนแก่และเด็กที่หนีออกมาไม่ทันให้ถูกไฟคลอกตายอย่างน่าเวทนา การใช้ไฟทำลายล้างทรัพย์สินและชีวิตผู้อื่น (อทินนาทานและปาณาติบาตขั้นรุนแรง) เป็นบาปกรรมที่สร้างความวิบัติพินาศอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุด
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 6 (ตาปนนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่ตาปนนรกขุมที่เต็มไปด้วยเปลวไฟ เขาถูกนายนิรยบาลจับตรึงไว้กับเสาเหล็กแดงเดือด แล้วพ่นไฟนรกที่มีความร้อนสูงหลายล้านองศาแผดเผาร่างของเขาจนไหม้เกรียมเป็นตอตะโก เขาต้องดิ้นทุรนทุราย กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสุดขีด ตายแล้วฟื้นขึ้นมาถูกเผาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ายาวนานนับกัป ชดใช้กรรมที่เคยวางเพลิงเผาผู้อื่น
- เกิดมามีรอยแผลเป็นฉกรรจ์ และถูกไฟคลอกตาย: เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมแห่งเปลวเพลิงจะตามมาหลอกหลอน เขาจะเกิดมาพร้อมกับ “รอยแผลเป็นปานแดงขนาดใหญ่ หรือเป็นโรคผิวหนังที่ปวดแสบปวดร้อนตลอดเวลา” และในท้ายที่สุด เขาจะโชคร้ายประสบอุบัติเหตุเพลิงไหม้ ไม่ว่าจะในบ้านหรือในรถ และต้อง “ถูกไฟคลอกตายอย่างทุรนทุราย” ซ้ำรอยเหยื่อของเขาในอดีต
- ธุรกิจพังพินาศ ทรัพย์สินกลายเป็นเถ้าถ่าน: กงกำกงเกวียนแห่งการทำลายล้าง จะย้อนกลับมาเผาผลาญความสำเร็จของเขา ไม่ว่าเขาจะสร้างธุรกิจหรือเก็บหอมรอมริบมาได้มากแค่ไหน ทรัพย์สินเหล่านั้นจะ “ถูกไฟไหม้วอดวาย หรือถูกโกงจนหมดเนื้อหมดตัว” อย่างฉับพลัน เขาจะไม่มีวันรักษาความมั่งคั่งไว้ได้เลย ทุกอย่างจะมลายกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “ไม้ขีดไฟที่คุณจุดเผาบ้านคนอื่นในวันนี้ คือไฟนรกที่จะแผดเผาร่างและธุรกิจของคุณในชาติหน้า” การลอบวางเพลิงหรือเจตนาทำลายทรัพย์สินผู้อื่น เป็นกรรมที่ดึงดูดความวิบัติขั้นสูงสุด ผู้ที่เคยมีพฤติกรรมนี้ หรือเคยจ้างวานทำร้ายผู้อื่น ต้องสำนึกผิดอย่างสุดหัวใจ สมาทานศีลอย่างเคร่งครัด และต้องเร่ง “เป็นเจ้าภาพซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงมอบให้สาธารณกุศล จ่ายค่าไฟให้วัด บริจาคหลอดไฟ และหมั่นเจริญเมตตาภาวนา” เพื่อหวังให้บุญแห่งการให้แสงสว่างและดับความร้อนนี้ ไปช่วยดับไฟแค้นและระงับเปลวเพลิงในวิบากกรรมของตนเอง
