บทสรุปย่อเคสศึกษา: กรรมเป่าลูกดอกอาบยาพิษใส่สัตว์ สู่ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
ชายหนุ่มวัย 30 ปี จู่ๆ เกิดอาการกล้ามเนื้อใบหน้าด้านขวาเป็นอัมพาตครึ่งซีก (Bell’s Palsy) มุมปากตก น้ำลายไหล ยักคิ้วไม่ได้ หลับตาไม่สนิท ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป ต่อมามีอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลัน แพทย์ตรวจพบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ค่าการทำงานของหัวใจตกฮวบ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ตรวจดูกฎแห่งกรรมพบว่าในอดีตชาติเคยเป็นพรานป่าชำนาญการเป่าลูกดอกอาบยางไม้ยาสมุนไพรพิษ ยิงใส่นก ค่าง และลิงบนกิ่งไม้สูง ยาพิษแล่นเข้าสู่กระแสเลือดทำให้สัตว์เหล่านั้นเกิดอาการชักกระตุก ใบหน้าบิดเบี้ยว หัวใจหยุดเต้น และร่วงตกลงมาตาย กรรมใช้ลมปากเป่ายาพิษทำลายประสาทและหัวใจสัตว์ จึงส่งผลตรงต่อเส้นประสาทใบหน้าและกล้ามเนื้อหัวใจในชาติตัจจุบัน แต่บรรเทาลงได้ด้วยการปล่อยสัตว์ปีกและถวายยารักษาโรค
1. วิกฤตใบหน้าบิดเบี้ยวและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน
วิศวกรหนุ่มวัย 30 ปี รูปร่างหน้าตาคมคาย อนาคตไกล ตื่นนอนขึ้นมาเช้าวันหนึ่งพร้อมกับความผิดปกติอย่างน่าตกใจ เมื่อส่องกระจกพบว่าใบหน้าแถบขวาไม่มีความรู้สึก มุมปากข้างขวาตก ยิ้มไม่ได้ บ้วนน้ำแล้วน้ำไหลออกจากมุมปาก และเปลือกตาข้างขวาปิดไม่สนิท แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคอัมพาตเบลล์ (Bell’s Palsy) เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบเฉียบพลัน
ในระหว่างที่เข้ารับการรักษาใบหน้า เคราะห์ซ้ำกรรมซัดกลับเกิดขึ้น เมื่อเขามีอาการแน่นหน้าอกรุนแรง หายใจหอบเหนื่อย เหงื่อแตกท่วมตัว คลื่นไฟฟ้าหัวใจและผลตรวจเลือดพบค่าโทรโปนิน (Troponin) พุ่งสูงผิดปกติ แพทย์โรคหัวใจวินิจฉัยว่าเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (Acute Myocarditis) ประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ (Ejection Fraction) ลดลงเหลือเพียง 30% หัวใจเต้นผิดจังหวะและเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลันในวัยหนุ่ม
2. ส่องอดีตกรรม: พรานเป่าลูกดอกอาบยาพิษใส่ฝูงนกและลิง
เมื่อมองย้อนอดีตชาติ พบว่าในอดีตชาติหนึ่ง เขาเคยเกิดเป็นนายพรานล่าสัตว์ในป่าลึก มีความชำนาญในการใช้ท่อไม้ไผ่เป่าลูกดอก เขามักจะนำลูกดอกเหล็กปลายแหลมไปจุ่มอาบยางไม้พิษชนิดรุนแรง (พิษออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อหัวใจ)
เวลาออกล่าสัตว์ เขาจะแอบซุ่มใต้ต้นไม้ใหญ่ เล็งเป่าลูกดอกอาบยาพิษเข้าใส่ฝูงนกสวยงาม ฝูงลิง และค่างบนกิ่งไม้สูง เมื่อลูกดอกปักเข้าสู่เนื้อ สารพิษจะแล่นเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว สัตว์เหล่านั้นจะเกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก ใบหน้าบิดเบี้ยว อ้าปากค้าง ตาเหลือก และกล้ามเนื้อหัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน ก่อนจะร่วงหล่นจากยอดไม้สูงลงมากระแทกพื้นดินขาดใจตายอย่างน่าเวทนานับร้อยนับพันตัว กรรมจากการใช้ลมปากเป่าลูกดอกพิษ ทำลายระบบประสาทใบหน้าและกล้ามเนื้อหัวใจของสัตว์ จึงตามมาส่งผลให้เส้นประสาทใบหน้าของเขาต้องเป็นอัมพาต และกล้ามเนื้อหัวใจต้องอักเสบหยุดทำงานในชาติตัจจุบัน
3. ปลดปล่อยชีวิตสัตว์ปีกกอบกู้ใบหน้าและหัวใจ
เมื่อทราบถึงเหตุแห่งกรรมอันน่าสะพรึงกลัว เขาเกิดความสลดใจอย่างยิ่งยวด ได้ตั้งจิตกราบขอขมาต่อดวงวิญญาณของสรรพสัตว์ที่เคยถูกเป่าลูกดอกพิษสังหาร และได้ตัดสินใจสร้างมหากุศลที่ตรงกับการ “มอบชีวิตและฟื้นฟูลมหายใจ”
เขาได้รวบรวมเงินเก็บไปเหมาซื้อนกที่ถูกจับขังในกรงตามตลาด นกกระติ๊ด นกกระจอก และนกพิราบ นำไปปล่อยสู่ท้องฟ้ากว้างใหญ่ให้มีอิสรภาพเป็นจำนวนหลายร้อยชีวิต พร้อมทั้งเป็นเจ้าภาพจัดซื้อยาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์รักษาโรคหัวใจ ถวายแด่โรงพยาบาลสงฆ์และสถานพยาบาลผู้ยากไร้ อานิสงส์แห่งการให้ชีวิตสัตว์และถวายยารักษาโรค ได้แผ่กระแสบุญอันอบอุ่นเข้ามาขับพิษในร่างกาย กล้ามเนื้อหัวใจหยุดการอักเสบและฟื้นตัวกลับมาบีบตัวได้สมบูรณ์เกิน 60% เส้นประสาทใบหน้าคู่ที่ 7 ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว มุมปากที่เคยตกยกกลับคืนมาเป็นปกติ หลับตาได้สนิท ยิ้มได้อย่างสดใส ใบหน้ากลับมาหล่อเหลาสง่างามดั่งเดิม เขาสาบานว่าจะไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ใดๆ อีกตลอดไป และตั้งใจปฏิบัติธรรมสร้างบารมีอย่างต่อเนื่อง
