บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมตัดไม้ทำลายป่าสงวนและทำลายแหล่งต้นน้ำ
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่ความมืดบอดของความโลภที่ทำลายล้างธรรมชาติ การเป็นนายทุนลักลอบตัดไม้ทำลายป่าสงวนและทำลายแหล่งต้นน้ำ จะส่งผลให้ผู้กระทำต้องพบกับความแห้งแล้งในชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว หิวกระหาย และเร่ร่อนไร้ที่อยู่อาศัยในทุกภพชาติ
1. ผู้ปล้นลมหายใจของแผ่นดิน
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นนายทุนที่มีอิทธิพลและละโมบอย่างสุดขีด เขาได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเข้าไป “ลักลอบตัดไม้พะยูงและไม้สักในป่าสงวน” อย่างขนานใหญ่ เขาใช้เลื่อยยนต์โค่นทำลายผืนป่าหลายหมื่นไร่จนเหี้ยนเตียน ส่งผลให้ภูเขาหัวโล้น ดินถล่ม และ “ทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร” จนแห้งขอด สัตว์ป่านับหมื่นตัวไม่มีที่อยู่อาศัยและต้องอดน้ำตาย ชาวบ้านหลายหมู่บ้านต้องเผชิญกับภัยแล้งอย่างรุนแรง การทำลายระบบนิเวศซึ่งเป็นลมหายใจของแผ่นดินเพื่อกอบโกยเงินทอง ถือเป็นการปล้นทรัพยากรของโลกที่สร้างวิบากกรรมแห่งความแห้งแล้งอย่างถึงที่สุด
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- เกิดเป็นเปรตที่หิวกระหายน้ำอย่างแสนสาหัส (เปรตวิสัย): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกลากลงไปเกิดเป็น “เปรต” อยู่ในทะเลทรายนรกที่ร้อนระอุ ร่างกายแตกระแหงเหมือนแผ่นดินแล้ง เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความ “หิวกระหายน้ำ” อย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อวิ่งไปเจอบ่อน้ำ น้ำนั้นก็กลายเป็นทรายร้อนหรือน้ำกรดที่แผดเผาคอ เพื่อชดใช้กรรมที่ทำลายแหล่งต้นน้ำของสัตว์และมนุษย์
- ชีวิตแห้งแล้ง สิ้นเนื้อประดาตัว (สมบัติวิบัติ): เมื่อเศษกรรมเบาบางจนได้เกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะดึงดูดให้เขาเกิดในดินแดนที่แห้งแล้งกันดารที่สุด และไม่ว่าจะทำมาหากินอะไร ธุรกิจของเขาจะ “แห้งขอดและล้มละลาย” อย่างรวดเร็ว เงินทองที่หามาได้จะระเหยหายไปหมด เหมือนน้ำที่หยดลงบนทะเลทราย
- ไร้ที่อยู่อาศัย ต้องเร่ร่อน (Homeless): กรรมที่เคยโค่นทำลายบ้านของสัตว์ป่า จะส่งผลให้เขาไม่มีวันมีบ้านเป็นของตนเอง เขาจะกลายเป็นคนเร่ร่อน (Homeless) ถูกไล่ที่ หรือบ้านถูกยึด ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไร้ร่มเงาให้พักพิง และตายอย่างอนาถาด้วยความหิวกระหาย
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า ธรรมชาติคือผู้หล่อเลี้ยงชีวิต การทำลายธรรมชาติคือการทุบหม้อข้าวของตนเองและผู้อื่น บาปกรรมนี้จะย้อนกลับมาสูบเอาความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์ในชีวิตของผู้ทำลายไปจนหมดสิ้น ผู้ที่เคยประกอบอาชีพตัดไม้ทำลายป่า บุกรุกที่สาธารณะ หรือทำลายแหล่งน้ำ ต้องหยุดพฤติกรรมนั้นเด็ดขาด และเร่งทำบุญด้วยการเป็นเจ้าภาพขุดบ่อน้ำ ถวายแท็งก์น้ำดื่มน้ำใช้แก่วัด ปลูกต้นไม้คืนความสมบูรณ์ให้ป่า และหมั่นนั่งสมาธิแผ่เมตตา เพื่อหวังให้น้ำแห่งบุญกุศลนี้ ไปหล่อเลี้ยงและบรรเทาวิบากกรรมความแห้งแล้งในชีวิตให้ทุเลาลง
