บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและโค่นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของนายทุนผู้ทำลายแผ่นดิน ผู้ที่โลภมากลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โค่นต้นไม้ใหญ่ หรือทำลายต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในวัดเพื่อนำไปขาย จะส่งผลให้ต้องตกนรก เกิดมาเป็นคนไร้รากฐาน ต้องเร่ร่อนพลัดถิ่น และครอบครัวต้องแตกสาแหรกขาดในทุกภพชาติ
1. เพชฌฆาตผู้โค่นล้มร่มโพธิ์ร่มไทร
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นนายทุนค้าไม้เถื่อนที่มีความโลภและไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม เขาว่าจ้างคนงานให้ไป “ลักลอบตัดไม้พะยูง ไม้สัก และไม้หวงห้ามบนภูเขา” จนภูเขาหัวโล้น ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มคร่าชีวิตชาวบ้านไปมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น เขาถึงขั้นกล้า “ลอบเข้าไปโค่นต้นไม้ใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ภายในเขตวัด” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาแก่พระภิกษุสงฆ์ เพียงเพื่อนำไม้เนื้อแข็งไปขายทำกำไร การทำลายป่าต้นน้ำและการโค่นล้มร่มเงาของพระศาสนา (อทินนาทานต่อสมบัติแผ่นดินและของสงฆ์) เป็นการตัดรากถอนโคนความร่มเย็นของโลกและเบียดเบียนสรรพสัตว์จำนวนมหาศาล
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 และยมโลก: ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่มหานรก เขาถูกนายนิรยบาลรูปร่างยักษ์ใช้เลื่อยยนต์นรกตัดแขนตัดขาและหั่นร่างของเขาเป็นท่อนๆ เหมือนที่เขาเคยเลื่อยท่อนไม้ จากนั้นก็ถูกจับไปเป็นต้นไม้ในยมโลก ที่มีใบเป็นดาบมีดโกน เมื่อลมพัด ใบมีดก็จะบาดเนื้อของเขาจนเหวอะหวะ เขาต้องตายเกิดและทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสยาวนานนับกัป
- ไร้รากฐาน ต้องเร่ร่อนพลัดถิ่น (Refugee/Displaced): เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมแห่งการโค่นรากไม้ จะตัดรากฐานชีวิตของเขา เขาจะเกิดมาเป็น “คนที่ไม่มีแผ่นดินเกิด หรือต้องอพยพลี้ภัย (Refugee) เร่ร่อนไปเรื่อยๆ” ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ถูกไล่ที่ หรือต้องเช่าห้องสลัมอยู่ ชีวิตไร้ความมั่นคงและไม่มีที่พิงหลังเลย
- ครอบครัวแตกสาแหรกขาด ร้อนรุ่มตลอดเวลา: กงกำกงเกวียนแห่งการทำลายความร่มเย็น จะทำให้ชีวิตของเขามีแต่ความร้อนระอุ “ครอบครัวจะแตกสาแหรกขาด (Broken Family)” หย่าร้าง พี่น้องทะเลาะแย่งชิงทรัพย์สินกันรุนแรง เขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร และทำธุรกิจอะไรก็มักจะถูกตัดราคาหรือถูกโกงจนล้มละลาย ซ้ำรอยต้นไม้ที่ถูกโค่นล้ม
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “ต้นไม้ใหญ่ที่คุณโค่นทิ้งในวันนี้ คือบ้านและครอบครัวที่จะพังทลายลงในชาติหน้า” การตัดไม้ทำลายป่า หรือขโมยทรัพย์สินของวัด เป็นกรรมที่ทำลายรากฐานชีวิตอย่างย่อยยับ ผู้ที่เคยทำธุรกิจค้าไม้เถื่อน หรือบุกรุกป่าสงวน ต้องหยุดพฤติกรรมนี้ทันที สมาทานศีลข้อ 2 อย่างเคร่งครัด และต้องเร่ง “เป็นเจ้าภาพปลูกป่าทดแทน ซื้อกล้าไม้ใหญ่ไปปลูกในวัด ซื้อที่ดินถวายวัด และบริจาคเงินช่วยเหลือผู้อพยพหรือคนไร้บ้าน” เพื่อหวังให้บุญแห่งการสร้างร่มเงาและการให้ที่พักพิงนี้ ไปช่วยสร้างรากฐานและคืนความร่มเย็นให้ชีวิตในวิบากกรรมของตนเอง
