บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมใช้ความรุนแรงในครอบครัวและทุบตีคู่สมรส
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของทรราชในบ้าน ผู้ที่ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ทุบตีคู่สมรส หรือใช้ความรุนแรงในครอบครัว จะส่งผลให้ต้องตกนรกขุมลึก เกิดมาตกอยู่ในวังวนของความรุนแรง ป่วยด้วยโรคปวดกระดูกเรื้อรัง และต้องทนทุกข์ทรมานในครอบครัวที่เปรียบเสมือนขุมนรกในทุกภพชาติ
1. ทรราชผู้เปลี่ยนบ้านให้เป็นขุมนรก
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นคนที่อารมณ์ร้าย ขี้หึง และมีนิสัยชอบใช้กำลัง (Domestic Violence) เมื่อเขากลับมาถึงบ้านและรู้สึกไม่พอใจ หรือเมาสุรา เขาจะระบายอารมณ์ด้วยการ “ด่าทอ ทุบตี ซ้อม และทำร้ายร่างกายภรรยาและลูกๆ” อย่างทารุณ เขากักขังและข่มขู่ไม่ให้พวกเธอหนีไปไหน ทำให้ภรรยาและลูกต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวา บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ การใช้กำลังทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าและคนที่รักตนเอง (วิหิงสาและปาณาติบาตขั้นรุนแรง) เป็นการทำลายสถานที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุดอย่าง “บ้าน” ให้กลายเป็นขุมนรกบนดิน
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 1 และยมโลก (สัญชีวนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่สัญชีวนรก เขาถูกนายนิรยบาลรูปร่างยักษ์จับมัด และใช้กระบองเหล็กหนามกระหน่ำตีร่างของเขาจนกระดูกแหลกเหลว เลือดอาบไปทั้งตัว เขาต้องคลานหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ก็ถูกตามมาซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตายเกิดทนทุกข์ทรมานยาวนานนับกัป ชดใช้กรรมที่เคยซ้อมคนในครอบครัว
- เกิดมาในครอบครัวอันธพาลและตกเป็นเหยื่อความรุนแรง: เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะดึงดูดให้เขาไปเกิดเป็นผู้หญิง หรือคนที่อ่อนแอ และต้องตกอยู่ใน “วังวนของการถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก (Abusive Relationship)” เขาจะได้แต่งงานกับสามีที่โหดร้าย ทุบตีและทรมานเขาทุกวัน ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ต้องทนอยู่ในสภาพครอบครัวที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น
- ป่วยเป็นโรคปวดกระดูก ฟกช้ำ และเจ็บปวดเรื้อรัง: กงกำกงเกวียนแห่งการทำร้ายร่างกาย จะฝังรากลึกในสรีระของเขา เขาจะป่วยเป็น “โรคปวดกระดูกเรื้อรัง โรคกล้ามเนื้ออักเสบ หรือมักจะเกิดรอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายอย่างหาสาเหตุไม่ได้” ต้องทนเจ็บปวดทรมานกับร่างกายของตนเองไปตลอดชีวิต
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “กำปั้นที่คุณทุบตีภรรยาในวันนี้ คือกระบองเหล็กนรกที่จะฟาดกระดูกของคุณในชาติหน้า” การใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นกรรมที่สร้างแผลตราบาปในจิตวิญญาณและดึงดูดความเจ็บปวดมาสู่ตนเองอย่างรุนแรง ผู้ที่เคยพลั้งมือทำร้ายคู่สมรสหรือลูก ต้องหยุดพฤติกรรมนี้ทันที ไปขอขมาและปรับปรุงตัวให้เป็นคนใจเย็น สมาทานศีล 5 อย่างเคร่งครัด และต้องเร่ง “บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือมูลนิธิสตรีและเด็กที่ถูกทำร้าย ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ และเจริญเมตตาภาวนาอย่างหนัก” เพื่อหวังให้บุญแห่งความเมตตานี้ ไปช่วยระงับความรุนแรงและสมานแผลในวิบากกรรมของตนเอง
