บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมเจตนาทำลายถนนและสะพานสาธารณะ
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของผู้ตัดรอนเส้นทางมหาชน ผู้ที่เจตนาทุบทำลายถนน สะพาน หรือกีดขวางทางสัญจรสาธารณะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว จะส่งผลให้ตกนรก เกิดมาพิการทางการเคลื่อนไหว เป็นอัมพาต และชีวิตต้องพบเจอกับ “ทางตัน” ไม่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคได้ในทุกภพชาติ
1. ผู้ปิดกั้นเส้นทางแห่งชีวิต
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นผู้มีอิทธิพลและเจ้าของที่ดินที่มีความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ เมื่อเขารู้ว่าชาวบ้านต้องใช้ถนนและสะพานไม้เล็กๆ ที่ตัดผ่านใกล้ที่ดินของเขาในการสัญจรไปมา เขาเกิดความรำคาญและอยากบีบให้ชาวบ้านขายที่ดินให้เขาในราคาถูก เขาจึงสั่งลูกน้องให้ “แอบไปทุบทำลายสะพานข้ามคลอง ขุดหลุมพรางบนถนน และนำลวดหนามมากั้นปิดเส้นทางสัญจรสาธารณะ” การกระทำของเขาทำให้ชาวบ้าน ผู้ป่วย และเด็กนักเรียนเดินทางไม่ได้ ต้องอ้อมไปไกลและได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส การตัดรอนเส้นทางสัญจรและทำลายโครงสร้างพื้นฐานของมหาชน (อทินนาทานและวิหิงสา) เป็นกรรมที่ตัดรอนความเจริญและปิดกั้นอนาคตของตนเองอย่างรุนแรง
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 (โรรุวนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่โรรุวนรก เขาถูกนายนิรยบาลใช้ค้อนเหล็กยักษ์ที่ร้อนระอุ ทุบตีที่ขาและกระดูกสันหลังจนแหลกละเอียด เหมือนกับที่เขาเคยสั่งทุบสะพาน จากนั้นก็ถูกบังคับให้คลานไปบนถนนนรกที่เต็มไปด้วยมีดโกนและหนามแหลม เขาต้องดิ้นทุรนทุรายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ายาวนานนับกัป
- เกิดมาพิการทางการเคลื่อนไหว ถูกตัดขา หรือเป็นอัมพาต (Paralysis): เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมแห่งการตัดเส้นทางผู้อื่น จะย้อนกลับมา “ตัดเส้นทาง” การเดินของเขา เขาจะเกิดมา “พิการแต่กำเนิด ประสบอุบัติเหตุจนต้องถูกตัดขา (Amputee) หรือป่วยเป็นอัมพาตท่อนล่าง” ไม่สามารถก้าวเดินข้ามสิ่งกีดขวางใดๆ ได้ ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกจองจำอยู่ในร่างที่เคลื่อนไหวไม่ได้
- ชีวิตเจอแต่ “ทางตัน” ก้าวข้ามอุปสรรคไม่ได้: กงกำกงเกวียนแห่งการทำลายสะพาน จะทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่มีสะพานข้ามอุปสรรค เมื่อเขาลงมือทำธุรกิจ หรือพยายามสร้างความสำเร็จ เขาจะเจอกับ “ทางตัน (Dead End)” เสมอ อุปสรรคเพียงเล็กน้อยก็จะกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่เขาไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ ทำให้ชีวิตล้มเหลวซ้ำซาก
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “สะพานที่คุณสั่งทุบทำลายในวันนี้ คือขาทั้งสองข้างของคุณที่จะถูกตัดทิ้งในชาติหน้า” การเจตนาทำลายทางสัญจรและกีดขวางความสะดวกของผู้อื่น เป็นกรรมที่ดึงดูดความพิการและความล้มเหลวขั้นสูงสุด ผู้ที่เคยมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว ปิดกั้นทางสาธารณะ หรือทำลายทรัพย์สินส่วนรวม ต้องหยุดพฤติกรรมนี้ทันที รื้อถอนสิ่งกีดขวาง สมาทานศีลอย่างเคร่งครัด และต้องเร่ง “เป็นเจ้าภาพบริจาคเงินสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ ซ่อมแซมถนนสาธารณะ บริจาครถเข็นให้ผู้พิการ และถวายรองเท้าแด่พระภิกษุสงฆ์” เพื่อหวังให้บุญแห่งการสร้างเส้นทางนี้ ไปช่วยเชื่อมต่อเส้นทางชีวิตและกอบกู้สรีระร่างกายในวิบากกรรมของตนเอง
