บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมปล่อยเงินกู้นอกระบบและขูดรีดดอกเบี้ยโหด
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของเจ้าหนี้นอกระบบเลือดเย็น ผู้ที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมคนจน ขูดรีดดอกเบี้ยรายวันโหด และส่งลูกน้องไปข่มขู่ทำร้ายลูกหนี้ จะส่งผลให้ต้องตกนรกขุมลึก เกิดมาถูกบีบคั้นกดขี่ เป็นหนี้สินท่วมหัว และถูกยึดทรัพย์จนหมดเนื้อหมดตัวในทุกภพชาติ
1. มัจจุราชแห่งเงินกู้ขูดรีดเลือดเนื้อ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบผู้มีจิตใจอำมหิต เขาฉวยโอกาสจากความจนและความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปล่อยเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอกในอัตราที่โหดเหี้ยม เมื่อลูกหนี้หาเงินมาจ่ายไม่ทัน เขาสั่งลูกน้องอันธพาลไป “พังบ้าน ข่มขู่ ขว้างปาสิ่งปฏิกูล รุมทำร้ายร่างกาย และยึดที่ดินทำกินของลูกหนี้” จนหลายครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัว พ่อแม่ต้องพรากลูก หรือบางคนถึงขั้นผูกคอตายหนีความอับอาย การรีดนาทาเร้น บีบคั้น และหากินบนหยาดเหงื่อน้ำตาของคนที่จนตรอก (อทินนาทานและวิหิงสาอย่างรุนแรง) เป็นการผูกเวรกับคนจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 (โรรุวนรก): ทันทีที่สิ้นลม กายละเอียดถูกดูดลงสู่โรรุวนรก เขาถูกนายนิรยบาลจับกดลงบนแท่นเหล็กแดง แล้วนำก้อนหินเหล็กนรกขนาดยักษ์ที่ร้อนเป็นไฟมาบดทับร่าง ค่อยๆ บี้กระดูกและเนื้อจนแหลกเหลว เลือดทะลักออกมา เหมือนที่เขาเคยบีบคั้นขูดเลือดขูดเนื้อลูกหนี้ เขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสนับล้านปีในแดนนรก
- เกิดมาเป็นหนี้สินท่วมหัว ถูกทวงหนี้ข่มขู่ตลอดชีวิต: เมื่อได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมทำให้เขาเกิดในสลัม มีหนี้สินก้อนโตผูกติดมาแต่กำเนิด ทำมาหากินได้เท่าไรก็ไม่พอใช้ ต้องถูกเจ้าหนี้โหดตามข่มขู่ คุกคาม และทำร้ายร่างกายอยู่ร่ำไป ได้รับความหวาดผวาแบบเดียวกับที่เขาเคยสร้างไว้แก่ผู้อื่น
- ทรัพย์สินถูกยึด ถูกโกงจนล้มละลาย: กงกำกงเกวียนแห่งการขูดรีด จะทำให้เขาไม่มีวันสะสมทรัพย์สมบัติได้ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มตั้งตัวได้ ทรัพย์สินจะถูกเจ้าหน้าที่ยึด ถูกไฟไหม้ หรือถูกมิจฉาชีพหลอกลวงสูบเงินไปจนหมดตัว ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ อยากๆ จนสิ้นลม
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “เงินดอกเบี้ยโหดที่คุณบีบคั้นเอาจากคนจนในวันนี้ คือก้อนหินนรกที่จะบดขยี้กะโหลกของคุณในชาติหน้า” การปล่อยเงินกู้ขูดรีดดอกเบี้ยเป็นการสร้างวงจรอุบาทว์ที่ทำลายทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ ใครที่กำลังทำธุรกิจสีเทานี้อยู่ต้องหยุดทันที ยกหนี้ให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจริง สมาทานศีลข้อ 2 อย่างเคร่งครัด และต้องเร่ง “บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ปลดหนี้ให้คนจน และสร้างกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อหวังบรรเทากระแสกรรมอันดำมืดในวัฏสงสาร
