บทสรุปย่อเคสศึกษา: เศษกรรมยุแยงให้คณะสงฆ์เข้าใจผิด ส่งผลให้ครอบครัวแตกแยกและถูกใส่ร้ายกลั่นแกล้งในที่ทำงาน
ชายหนุ่มผู้มีความสามารถสูงแต่ชีวิตอาภัพ เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้งรุนแรงจนหย่าร้าง เมื่อเข้าทำงานก็มักถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายป้ายสีจนต้องเปลี่ยนงานบ่อยครั้ง ตรวจดูกฎแห่งกรรมพบว่าในอดีตชาติเคยเป็นไวยาวัจกรที่มีทิฐิมานะ เข้าใจผิดในวัตรปฏิบัติของพระภิกษุ จึงนำความไปพูดยุยงส่อเสียดให้พระเถระสองฝ่ายเกิดความหวาดระแวงและแตกความสามัคคีกัน แม้ในชาติต่อมาจะกลับใจทำบุญสมานฉันท์ แต่เศษกรรมแห่งการยุแยงยังส่งผลให้ชีวิตต้องเผชิญกับความแตกแยกและคำนินทาไม่รู้จบ
1. มรสุมแห่งความแตกแยกในครอบครัวและที่ทำงาน
ชายหนุ่มวิศวกรผู้มีความรู้ความสามารถดีเด่น แต่กลับมีชีวิตที่ไร้ความสงบสุข ตั้งแต่วัยเด็กต้องทนเห็นบิดามารดาทะเลาะตบตีกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนกระทั่งครอบครัวต้องแตกแยกหย่าร้าง ทำให้เขารู้สึกขาดความอบอุ่นและโดดเดี่ยว ครั้นเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน แม้จะตั้งใจทุ่มเททำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต แต่ไม่ว่าจะย้ายไปทำงานที่องค์กรใด เขามักจะตกเป็นเป้าของการนินทาว่าร้าย ถูกเพื่อนร่วมงานสร้างข่าวลือเท็จใส่ความจนเจ้านายเข้าใจผิด ทำให้พลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งและต้องลาออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
2. ส่องบุพกรรม: ไวยาวัจกรผู้จุดชนวนความขัดแย้งในหมู่นักบวช
เมื่อสืบสาวราวเรื่องด้วยญาณทัศนะ พบว่าในอดีตชาติหนึ่ง เขาเคยเกิดเป็นไวยาวัจกรดูแลวัดใหญ่แห่งหนึ่ง มีความสำคัญตนผิดและถือตัวว่ามีความรู้ คราวหนึ่งเกิดความไม่พอใจพระภิกษุอาคันตุกะรูปหนึ่งที่เข้ามาพำนัก เขาจึงนำเรื่องไปพูดส่อเสียดเป่าหูพระเจ้าอาวาสและพระลูกวัด โดยแต่งเติมเรื่องราวว่าพระอาคันตุกะมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจและแอบสะสมลาภสักการะ
คำพูดยุยงส่อเสียดและแต่งความเท็จของเขา ทำให้พระภิกษุสงฆ์ในวัดเกิดความหวาดระแวง ไม่ลงรอยกัน จนเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกและทะเลาะวิวาททางวาจา ขาดความสามัคคีในคณะสงฆ์ แม้จะไม่ถึงขั้นสังฆเภทที่เป็นอนันตริยกรรม แต่กรรมจากการทำลายความสามัคคีของหมู่สงฆ์และทำให้ผู้ทรงศีลแตกแยกกันนั้น มีน้ำหนักบาปมหาศาล จึงส่งผลให้เขาต้องไปชดใช้กรรมในนรกเป็นเวลายาวนาน และเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ เศษกรรมก็ดึงดูดให้ต้องมาเกิดในครอบครัวที่แตกแยกและถูกผู้อื่นยุแยงใส่ร้ายตลอดเวลา
3. หนทางดับวิบากกรรมด้วยการสร้างความสามัคคีในพระศาสนา
เมื่อได้ทราบความจริงแห่งกฎแห่งกรรม เขาจึงคลายความคับแค้นใจที่มีต่อเพื่อนร่วมงานและครอบครัว เข้าใจว่าทุกสิ่งล้วนเกิดจากกงเกวียนกำเกวียนที่ตนเองเคยก่อไว้ พระอาจารย์ได้แนะนำให้เขาตั้งจิตขอขมาต่อพระรัตนตรัยและคณะสงฆ์ทุกรูป ปวารณาตนเป็นผู้ประสานรอยร้าวในทุกองค์กร และละเว้นวจีทุจริต 4 ประการอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการพูดส่อเสียด
นอกจากนี้ เขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลืองานสนับสนุนการรวมพลังสงฆ์ เช่น งานสัมมนาพระสังฆาธิการ งานอบรมพระธรรมทายาท และงานบุญใหญ่ที่รวมพระภิกษุสงฆ์เรือนหมื่นเรือนแสน อานิสงส์แห่งการส่งเสริมความพร้อมเพรียงของสงฆ์ (สมคฺคานํ ตโป สุโข – ความสามัคคีของหมู่คณะนำสุขมาให้) ได้ค่อยๆ พลิกฟื้นกระแสชีวิตของเขา หัวหน้างานเริ่มมองเห็นความจริงและให้ความไว้วางใจ เพื่อนร่วมงานที่เคยอิจฉากลับใจมาเป็นมิตร และจิตใจของเขาก็ได้รับความสงบสุข ร่มเย็นอย่างแท้จริง
