คำถาม: ผู้พิพากษาตัดสินประหารชีวิต จะเป็นบาปไหม?
มีคำถามส่งเข้ามาว่า: “สมมุติ นาย ก. เป็นผู้พิพากษา ตัดสินประหารชีวิตนักโทษที่ทำความผิดจริง นาย ก. จะบาปไหมครับ เพราะเป็นการทำตามหน้าที่?”
หลวงพ่อทัตตชีโว ตอบ
เรื่องนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่ถกเถียงกันมานานครับ ในทาง “กฎหมายมนุษย์ (ทางโลก)” ผู้พิพากษาทำไปตามหน้าที่ ไม่มีความผิดใดๆ แต่ในทาง “กฎแห่งกรรม (ทางธรรม)” เราต้องมาพิจารณาที่ “เจตนา” เป็นหลักครับ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ” (เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม) การตัดสินประหารชีวิต จะบาปหรือไม่ บาปมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเจตนาขณะที่เซ็นคำพิพากษา ดังนี้:
1. หากตัดสินด้วยความโกรธแค้น (บาปมาก)
หากผู้พิพากษาอ่านสำนวนแล้วเกิดความโกรธแค้น เกลียดชังนักโทษ แล้วเซ็นประหารด้วยใจที่อยากให้คนๆ นี้ตายไปให้พ้นๆ อย่างนี้ถือว่า “มีเจตนาฆ่า” (ปาณาติบาต) บาปนี้จะส่งผลให้ผู้พิพากษามีวิบากกรรมติดตัวไป อายุสั้น หรือมีโรคภัยเบียดเบียน
2. หากตัดสินด้วยอุเบกขา ทำตามหน้าที่กฎหมาย (บาปน้อยลงมา)
หากทำใจเป็นกลาง (อุเบกขา) พิจารณาไปตามพยานหลักฐาน ไม่ได้มีใจโกรธแค้น แต่กฎหมายระบุว่าโทษนี้ต้องประหาร ก็ต้องทำตามหน้าที่ อย่างนี้ถือว่า กรรมเกิดจากหน้าที่ (ทำด้วยความจำเป็น) บาปจะเจือจางลงมาก แต่ก็ยังถือว่ามีส่วนร่วมในวงจรการคร่าชีวิตผู้อื่นอยู่ดี (เพราะรู้อยู่ว่าเซ็นแล้วเขาต้องตาย)
ข้อคิด:
อาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับการให้โทษผู้อื่น เป็นอาชีพที่ “อันตรายต่อกฎแห่งกรรม” ครับ ผู้ที่ทำอาชีพนี้จึงต้อง “หมั่นทำบุญ เจริญสมาธิภาวนา และอุทิศส่วนกุศล” ให้แก่ผู้ที่ถูกลงโทษอยู่เสมอ เพื่อขออโหสิกรรมต่อกัน และควรมีเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง ตัดสินคดีเพื่อมุ่ง “คุ้มครองสังคม” มากกว่า “การแก้แค้นเอาชีวิต” ครับ
📚 อ้างอิงข้อมูล
พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว) – หลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
