ชีวิตเป็นของน้อย: ๗ อุปมาอุปไมยจากพระไตรปิฎกสอนเรื่องความไม่ประมาทและการเร่งสร้างบารมี

Date:

Share post:

เมื่อเราตระหนักรู้ว่า “การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยากยิ่ง” (ดังอุปมาเต่าตาบอด) ความจริงประการต่อมาที่ต้องพิจารณาคู่กันคือ “ชีวิตมนุษย์เป็นของสั้น สั้นนัก สั้นเหมือนหยาดน้ำค้างยามเช้า”

คนจำนวนมากมักประมาท หลอกตัวเองว่ายังมีเวลาเหลืออีกยาวนาน จึงผัดวันประกันพรุ่งในการทำความดี ในการละเว้นความชั่ว และในการเจริญสมาธิภาวนา ในพระไตรปิฎก (อารกสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ๗ อุปมาอุปไมยเพื่อเตือนสติให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์ผ่านไปรวดเร็วเพียงใด

๗ อุปมาอุปไมยแห่งความสั้นของชีวิต (อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ๒๓/๗๐)

๑. หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า (ตัสสพินทุ)

หยาดน้ำค้างใสที่เกาะอยู่บนยอดหญ้ายามเช้า พออาทิตย์ขึ้น แสงแดดส่องมาผะเผ็ด หยาดน้ำค้างนั้นย่อมเหือดแห้งพลัน หายไปอย่างรวดเร็ว พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนหยาดน้ำค้าง มีนิดหน่อย น้อยนัก มีความทุกข์มาก มีความแค้นคายมาก”

๒. ฟองน้ำบนผิวน้ำ (อุทะกะพุพพุฬะ)

เมื่อฝนตกหนักลงบนผิวน้ำ ฟองน้ำโปร่งๆ เกิดขึ้นแล้วแตกดับไปในทันที จิตวิญญาณและชีวิตมนุษย์เปราะบางและสั้นพลันดับเหมือนฟองน้ำนั้น

๓. รอยขีดบนผืนน้ำหรือผืนทราย (อุทะเก เลขา)

หากเราเอากิ่งไม้ขีดลงไปบนผิวน้ำที่กำลังไหล หรือขีดลงบนทรายชายหาดที่มีลมพัด รอยขีดนั้นจะขาดขาดและหายไปทันทีที่ขีด ไม่เหลือร่องรอยยั่งยืน วัยและชีวิตของเราก็ผ่านไปรวดเร็วเช่นนั้น

๔. ลำธารภูเขาไหลลงสู่ที่ต่ำ (มุทธะนิยา นที)

สายน้ำที่ไหลเชี่ยวจากยอดเขาสูงลงสู่ที่ต่ำ ไหลไปไม่หยุดแม้ชั่วครู่เดียว เวลาและอายุขัยของเราก็ไหลไปสู่ความตาย ไม่เคยหยุดพักแม้ชั่วลัดนิ้วมือเดียว

๕. ก้อนเขฬะ (เขฬะปิณฑะ)

บุรุษถ่มก้อนน้ำลายออกจากปากได้ง่ายดายโดยไม่ต้องอาลัย อายุขัยของเราหลุดลอยหายไปง่ายดายยิ่งกว่าก้อนน้ำลายนั้น

๖. ชิ้นเนื้อในกระทะร้อน (มังสเปสี)

ชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆ ที่ทิ้งลงในกระทะเหล็กอันร้อนจัด ย่อมไหม้และสลายไปอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถทนทานความร้อนได้ ร่างกายของเราก็ย่อยยับลงด้วยความแก่และความตายเช่นเดียวกัน

๗. แม่โคที่ถูกต้อนไปสู่โรงฆ่า (กาวี วชฌา)

แม่โคที่ถูกต้อนไปสู่โรงฆ่าสัตว์ ทุกก้าวที่ยกเท้าก้าวไป คือก้าวที่ขยับเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกที มนุษย์ทุกคนที่เกิดมา ไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกก้าวของอายุขัยคือการเดินเข้าหาจุดจบฉะนั้น

ความไม่ประมาท (อปฺปมาโท): เร่งสร้างบารมีก่อนสายเกินไป

พระพุทธองค์ไม่ได้ตรัสสอนเรื่องนี้เพื่อให้เราสิ้นหวัง แต่ตรัสเพื่อกระตุ้นให้เกิด **”ความไม่ประมาท” (อัปปมาทธรรม)** ให้เราตระหนักว่าเวลาในโลกมนุษย์มีจำกัดอย่างยิ่ง

“ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย ผู้ประมาท เสมือนคนที่ตายแล้ว”

— พระธรรมบท ๒๕/๑๘

เมื่อชีวิตสั้นและเกิดยาก เราจึงต้องเร่งสั่งสมบุญบารมี ๓ ประการทุกวัน:

  1. ทานบารมี: แบ่งปัน สละความตระหนี่ เสียสละเพื่อส่วนรวม สิ่งที่เราให้ไปคือสิ่งเดียวที่จะติดตัวเราไปข้ามภพชาติ
  2. ศีลบารมี: รักษากาย วาจา ให้บริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียน ไม่เข่นฆ่า ศีลคือเกราะคุ้มกันจิตใจที่ดีที่สุด
  3. ภาวนาบารมี: ฝึกทำสมาธิหยุดใจ ณ ศูนย์กลางกายทุกวัน เพื่อสร้างปัญญาและความสงบอันเป็นความสุขแท้จริง

🙏 อย่ารอคำว่า “วันหน้า” เพราะหยาดน้ำค้างกำลังระเหยใต้แสงอาทิตย์ จงทำวันนี้ให้มีคุณค่าด้วยการสร้างบุญบารมีและเป็นผู้มอบสันติสุขแก่โลก