ในยุคปัจจุบันที่วัฒนธรรมโลกและกฎหมายมนุษย์แปรเปลี่ยนไปตามค่านิยมของแต่ละยุคสมัย ปรัชญาพุทธศาสนาได้แสดงความจริงอันเที่ยงแท้ไว้ว่า: กฎแห่งกรรมเป็นกฎธรรมชาติอันทรงพลัง ดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ขึ้นอยู่กับค่านิยมของสังคม กฎหมายมนุษย์ หรือการยอมรับของวัฒนธรรมใดๆ ทั้งสิ้น
ในบรรดาศีล ๕ ประการที่เป็นรากฐานแห่งมนุษยธรรม ศีลข้อที่ ๓ — กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี (การเว้นจากการประพฤติผิดในกาม) คือเกราะคุ้มกันสำคัญที่ปกป้องสถาบันครอบครัว สภาพจิตใจ และความบริสุทธิ์ของดวงจิต
องค์แห่งศีลข้อ ๓ ตามหลักพระไตรปิฎกและอรรถกถา
ในพระไตรปิฎก (จุนทสูตร อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ๒๔/๑๖๕) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสจำแนกการประพฤติผิดในกามไว้อย่างชัดเจนว่า หมายถึงการละเมิดในบุคคลที่มีผู้ปกครองดูแล บุคคลที่มีคู่หมั้นคู่สมรส หรือบุคคลที่มีกฎหมายและธรรมเนียมคุ้มครอง
ตามหลักอรรถกถา การผิดศีลข้อ ๓ จะสำเร็จเป็นกรรมบถสมบูรณ์เมื่อครบ องค์ ๕ ประการ ดังนี้:
- อคมนียวัตถุ: บุคคลที่ไม่ควรละเมิด (มีผู้ปกครอง บุตร สามี ภรรยา หรือมีธรรมเนียม/ศีลคุ้มครอง)
- เสวนจิตตัง: จิตคิดจะเสพกามคุณในบุคคลนั้น
- เสวนปโยโค: พยายามทำความเพียรเพื่อจะได้เสพ
- มัคเคนะ มัคคัปปะฏิปัตติ: การใช้อวัยวะล่วงล้ำเข้าสู่ทวาร
- สาทิยนนัง: มีความยินดีและเสพสมจนสำเร็จกิจ
เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง ๕ นี้ วิบากกรรมย่อมเกิดขึ้นทันที โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าวัฒนธรรมหรือกฎหมายของประเทศนั้นๆ จะอนุญาตหรือไม่ก็ตาม
ความแตกต่างระหว่างกฎหมายมนุษย์กับกฎแห่งกรรม
มนุษย์มักเข้าใจผิดว่า หากสิ่งที่ทำไม่ผิดกฎหมายประเทศ หรือเป็นเรื่องที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับ สิ่งนั้นจะไม่มีความผิดทางศีลธรรม แต่ในพุทธศาสนา มีการแบ่งแยกชัดเจนระหว่าง บัญญัติศีล (กฎหมายมนุษย์/สมมติสัจจะ) กับ ปกติตศีล (ศีลตามกฎธรรมชาติ)
กฎแห่งกรรมทำงานตาม เจตนา (Mental Intention) และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อจิตวิญญาณ การละเมิด หลอกลวง มักมากในกาม หรือการทำให้ผู้อื่นต้องสูญเสียความเชื่อใจ ย่อมฝังเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมลงในจิตใต้สำนึกทันที
วิบากกรรมของการผิดศีลข้อ ๓ (วิปากสูตร อังคุตตรนิกาย ๒๓/๑๓๐)
“กาเมสุมิจฉาจาร อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปเพื่อกำเนิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ในเปรตวิสัย วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจารอย่างเบาที่สุด ย่อมยังศัตรูและเวรให้เกิดขึ้นแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์”
— วิปากสูตร อังคุตตรนิกาย
นอกจากนี้ ใน จูฬกัมมวิภังคสูตร (มัชฌิมนิกาย ๑๔/๕๗๙) พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า กรรมที่กระทำซ้ำๆ ย่อมหล่อหลอมจิตวิญญาณและชักนำไปสู่ภพภูมิและรูปร่างกายในชาติต่อๆ ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การรักษาศีลคือการมอบมหาทานแห่งความปลอดภัย
การตั้งใจงดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร คือการมอบ “อภัยทาน” และความปลอดภัยอันยิ่งใหญ่แก่สังคม ทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าครอบครัวจะไม่มีวันถูกทำลายเพราะความตระหนี่ในกามของเรา