บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมปรามาสพระรัตนตรัยและจับผิดสงฆ์
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการล่วงเกินและจาบจ้วงพระพุทธศาสนา ผู้ที่ตั้งตนเป็นศัตรูและคอยจับผิดพระภิกษุสงฆ์ จะต้องเผชิญกับวิบากกรรมที่ปิดกั้นสวรรค์และหนทางนิพพานอย่างสิ้นเชิง
1. อวิชชาและมิจฉาทิฐิ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นผู้มีมิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด) อย่างแรงกล้า เขาไม่เชื่อเรื่องบุญบาป และมักจะตั้งตนเป็นผู้คอยจับผิดพระสงฆ์องค์เจ้า เมื่อเห็นพระภิกษุทำผิดเพียงเล็กน้อย เขาก็จะนำไปขยายความ โพนทะนา และด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ร้ายแรงที่สุดคือการปรามาสพระพุทธ พระธรรม และยุยงให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาในการทำบุญ การกระทำเหล่านี้คือการทำลายศรัทธาของมหาชน ซึ่งถือเป็นบาปกรรมที่หนักหนาอย่างยิ่ง
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 (โรรุวนรก): ทันทีที่เสียชีวิต กายละเอียดถูกดูดลงสู่มหานรกขุม 4 อย่างรวดเร็ว เขาถูกนายนิรยบาลจับตรึงและใช้อาวุธร้อนแดงคว้านปาก ทุบตีที่ศีรษะ และเทน้ำกรดเดือดจัดลงคอ เพื่อลงทัณฑ์วาจาและสมองที่ใช้คิดร้ายต่อพระพุทธศาสนา ต้องทนทุกข์ทรมานยาวนานนับพุทธันดร
- เกิดเป็นเปรตหัวขาด หรือเปรตปากเน่า: เมื่อพ้นจากนรก จะต้องไปเกิดเป็นเปรตที่มีรูปร่างวิปริต เช่น เปรตหัวขาด (เพราะใช้สมองคิดจาบจ้วง) หรือเปรตที่มีปากเน่าเหม็น มีหนอนชอนไชอยู่ตลอดเวลา (เพราะใช้วาจาทำลายศรัทธา)
- ห่างไกลจากพระพุทธศาสนา: เมื่อได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะปิดกั้นสติปัญญา ทำให้เกิดในดินแดนที่ไม่มีพระพุทธศาสนา หรือเกิดมาเป็นคนตาบอด หูหนวก เป็นบ้า และมักจะถูกคนอื่นหลอกลวงหรือใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียงอย่างย่อยยับ
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยย้ำเตือนอย่างหนักแน่นว่า พระรัตนตรัยคือของสูงค่าที่สุด การปรามาสหรือจับผิดพระสงฆ์เป็น “บาปกรรมที่หนักมาก” หากพบเห็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์จัดการกันเองตามพระธรรมวินัย ผู้ที่เคยพลาดพลั้งไปแล้วต้องรีบไปขอขมาต่อหน้าพระประธาน หรือพระภิกษุสงฆ์โดยด่วนที่สุด จากนั้นให้ตั้งใจเป็นทนายแก้ต่างให้พระพุทธศาสนา ชักชวนคนมาทำบุญ และปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อใช้บุญใหญ่ไปตัดรอนวิบากกรรมอันหนักอึ้งนี้
