บทสรุปย่อเคสศึกษา: อดีตยักยอกกองทุนสาธารณะ สู่กรรมถูกฟ้องแย่งมรดกหมดตัวและโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย
ชายหนุ่มวัย 33 ปี ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันขมขื่น ถูกพี่น้องร่วมสายเลือดฟ้องร้องแย่งชิงมรดกที่ดินของบิดาจนหมดตัว ต้องแบกรับภาระหนี้สินคดีความ ซ้ำร้ายร่างกายยังป่วยเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ตัวซีดเหลือง ตับม้ามโต และต้องถ่ายเลือดทุกเดือน ตรวจดูกฎแห่งกรรมพบว่าในอดีตชาติเคยเป็นผู้ดูแลกองทุนข้าวสารและเงินเรี่ยไรสงเคราะห์คนยากจนของชุมชน แต่เกิดความโลภแอบยักยอกเงินกองกลางไปเป็นของตนเอง ทำให้คนจนและเด็กกำพร้าขาดแคลนอาหาร กรรมจากการสูบเลือดเนื้อและยักยอกทรัพย์สินส่วนรวม จึงส่งผลให้ถูกแย่งชิงมรดกและระบบเม็ดเลือดในกายผิดปกติ
1. มรสุมแห่งการแย่งชิงมรดกและโรคเลือดจางที่สูบพลังชีวิต
ชายหนุ่มวัย 33 ปี เป็นลูกคนสุดท้องของตระกูล เมื่อบิดาเสียชีวิตลง พี่ชายและพี่สาวได้ร่วมมือกันว่าจ้างทนายความ ยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนพินัยกรรม โดยกล่าวหาว่าเขาทำพินัยกรรมปลอมเพื่อฮุบที่ดินมรดกเพียงคนเดียว การต่อสู้คดีความที่ยืดเยื้อนานหลายปี ทำให้เขาต้องสูญเสียเงินเก็บทั้งหมดไปกับค่าใช้จ่ายในคดี และในที่สุดศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้แบ่งมรดกให้แก่พี่น้องทั้งหมด ทำให้เขาแทบไม่เหลือทรัพย์สินใดๆ เลย
ในเวลาเดียวกัน สุขภาพร่างกายของเขากลับทรุดโทรมลงอย่างหนัก เขาป่วยเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง (Severe Beta-Thalassemia/Hb E) ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีรูปร่างผิดปกติและแตกง่าย ทำให้ระดับฮีโมโกลบินในเลือดต่ำมาก ตัวซีดเหลือง เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตับและม้ามโตจนแน่นท้อง ต้องเข้ารับการถ่ายเลือดที่โรงพยาบาลทุกๆ 3 สัปดาห์ และต้องกินยาขับธาตุเหล็กที่มีผลข้างเคียงสูง สร้างความทุกข์ทรมานใจจนรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต
2. ชาติต้นเหตุ: ผู้ดูแลกองทุนข้าวสารผู้สูบเลือดเนื้อชาวบ้าน
เมื่อมองย้อนอดีตชาติ พบว่าในอดีตชาติหนึ่ง เขาเคยเกิดเป็นผู้มีความรู้และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าผู้ดูแล “ยุ้งฉางข้าวและกองทุนสงเคราะห์คนยากจน” ประจำหัวเมือง ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาต่างนำข้าวสารและเงินทองมาร่วมสมทบทุน เพื่อไว้แจกจ่ายให้แก่คนชราอนาถา เด็กกำพร้า และหญิงม่ายในยามเจ็บป่วยหรือขาดแคลน
แต่ด้วยความโลภที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เขาได้แอบทำบัญชีรายรับรายจ่ายเท็จ ยักยอกเงินกองทุนและแอบตักข้าวสารคุณภาพดีในยุ้งฉางออกไปขายเป็นเงินสดเข้ากระเป๋าตนเอง แล้วนำข้าวสารเก่าผุพังมีมอดเจือปนมาแจกจ่ายแทน ผลจากการยักยอกทำให้เด็กกำพร้าและคนชราหลายร้อยคนต้องทนหิวโหย ขาดสารอาหาร ล้มป่วย และบางคนถึงกับเสียชีวิตเพราะไม่มียารักษาโรค การเบียดเบียนทรัพย์สินส่วนรวมที่เป็นของกลางสำหรับช่วยชีวิตผู้อื่น เปรียบเสมือนการสูบเลือดสูบเนื้อของมหาชน วิบากกรรมอทินนาทานต่อทรัพย์สาธารณะจึงส่งผลให้ในชาตินี้ ทรัพย์สินมรดกของเขาต้องถูกคนอื่นแย่งชิงไปจนหมดสิ้น และเลือดในกายของตนเองต้องจางลง เม็ดเลือดแดงแตกทำลายตัวเองตลอดเวลา
3. ปลดเปลื้องกรรมด้วยการบริจาคโลหิตและสละทรัพย์สร้างมหาทาน
เมื่อทราบถึงต้นตอของกรรมอันสยดสยอง เขาเลิกผูกโกรธพี่น้อง เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่ามรดกที่สูญเสียไปเป็นการชดใช้หนี้เก่าที่เคยยักยอกเงินกองกลางไว้ เขาได้กราบขอขมาต่อพระรัตนตรัยและดวงวิญญาณของผู้ยากไร้ในอดีตชาติอย่างจริงใจ พระอาจารย์ได้แนะนำให้เขาสร้างบุญที่ตรงกับเรื่อง “เลือดและกองทุนสาธารณะ”
แม้ร่างกายจะบริจาคเลือดเองไม่ได้ แต่เขาได้ปวารณาตนเป็นจิตอาสา รณรงค์ชักชวนเพื่อนร่วมงานและประชาชนมาร่วมบริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดไทย โดยจัดหารถรับส่งและของว่างบริการผู้บริจาคเลือด พร้อมทั้งนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการรับจ้างทำงาน ไปบริจาคสมทบทุนจัดซื้อยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคเลือดและผู้ป่วยยากไร้ อานิสงส์แห่งการสนับสนุนโลหิตทานและกองทุนสงเคราะห์ ได้ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ไขกระดูกเริ่มสร้างเม็ดเลือดที่มีคุณภาพดีขึ้น ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ระยะเวลาการต้องถ่ายเลือดขยายห่างออกไปจนเกือบเป็นปกติ และจิตใจของเขาได้รับความสงบสุข รอดพ้นจากวังวนแห่งความเคียดแค้นได้อย่างแท้จริง
