บทสรุปย่อเคสศึกษา: อดีตตุลาการตัดสินคดีลำเอียงรับสินบน สู่ชะตากรรมถูกจัดฉากติดคุกและโรคความดันในสมองสูงผิดปกติ
ข้าราชการหนุ่มใหญ่ผู้ซื่อสัตย์ถูกผู้มีอิทธิพลจัดฉากยัดข้อหาทุจริตจนต้องตกเป็นจำเลยและถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างพิจารณาคดีนานกว่า 8 เดือน ทั้งที่ตนเองบริสุทธิ์ ซ้ำร้ายในระหว่างถูกคุมขังยังเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ตาพร่ามัวจนเกือบตาบอด แพทย์ตรวจพบโรคความดันในกะโหลกศีรษะสูงผิดปกติ (Idiopathic Intracranial Hypertension) ตรวจดูกฎแห่งกรรมพบว่าในอดีตชาติเคยเป็นตุลาการพิพากษาคดี ได้รับสินบนจากคนรวย แล้วตัดสินลงโทษจำคุกชาวบ้านผู้บริสุทธิ์แทนคนผิด ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องติดคุกมืดนานหลายปีจนตรอมใจตาย กรรมตัดสินคดีลำเอียงและกักขังผู้บริสุทธิ์ จึงส่งผลให้ต้องถูกกักขังและเกิดแรงดันบีบกะโหลกศีรษะในชาติตัจจุบัน
1. วิกฤตแพะรับบาปในเรือนจำและอาการปวดศีรษะบีบคั้นกะโหลก
ข้าราชการระดับบริหารวัย 47 ปี ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดชีวิต ได้เข้าไปตรวจสอบพบการทุจริตโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลการเมือง ด้วยความแค้น กลุ่มอิทธิพลจึงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุจริตจัดฉากสร้างพยานหลักฐานเท็จ ยัดข้อหาว่าเขารับสินบนและใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ เขาถูกจับกุมตัวและศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ต้องถูกส่งตัวเข้าคุมขังในเรือนจำแดนขังรวมนานกว่า 8 เดือน กลายเป็นแพะรับบาปที่ต้องสูญเสียอิสรภาพและชื่อเสียง
ในระหว่างที่ถูกคุมขังในเรือนจำอันคับแคบและแออัด เขาเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงประดุจกะโหลกศีรษะกำลังจะระเบิดออก สายตามัวลงจนแทบมองไม่เห็น มีเสียงหวีดในหูตามจังหวะชีพจร เมื่อถูกส่งตัวออกมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แพทย์เจาะตรวจน้ำไขสันหลังพบว่าความดันในกะโหลกศีรษะสูงเกิน 40 เซนติเมตรน้ำ ขั้วประสาทตาทั้งสองข้างบวมเป่ง (Papilledema) เสี่ยงต่อการตาบอดถาวรและสมองถูกทำลาย
2. ชาติต้นเหตุ: ตุลาการผู้กินสินบนตัดสินขังผู้บริสุทธิ์
เมื่อมองย้อนอดีตชาติ พบว่าในอดีตชาติหนึ่ง เขาเคยเกิดเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการชั้นสูงในศาลหลวง เป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดคดีความ คราวนั้นมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญเกิดขึ้น บุตรชายของคหบดีใหญ่ที่มีอิทธิพลเป็นผู้ลงมือฆ่าคนตาย แต่คหบดีได้แอบนำทองคำและอัญมณีล้ำค่ามามอบเป็นสินบนก้อนโตให้แก่เขา เพื่อขอให้ช่วยพลิกคดี
ด้วยความโลภที่บดบังมโนธรรม เขาจึงรับสินบนและวางแผนจับกุมชาวนาผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งมาเป็นแพะรับบาป เขาใช้วาทศิลป์และอำนาจศาลตัดสินพิพากษาว่าชาวนาผู้นั้นมีความผิดจริง สั่งลงโทษโบยและนำตัวไปขังคุกใต้ดินอันมืดมิดตลอดชีวิต ชาวนาผู้บริสุทธิ์ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุกมืด ร่ำไห้คับแค้นใจจนกระทั่งตรอมใจตายคากรงขัง กรรมจากการตัดสินคดีความด้วยความลำเอียงเพราะอคติ 4 (ฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ) และการส่งผู้บริสุทธิ์เข้าคุก ถือเป็นมหาอกุศลกรรมอันหนักหน่วง จึงส่งผลให้ในชาตินี้เขาต้องมาตกเป็นแพะรับบาป ถูกขังในเรือนจำ และแรงแค้นของผู้บริสุทธิ์ได้กลายเป็นแรงดันมืดมิดบีบคั้นกะโหลกศีรษะของเขาจนแทบระเบิด
3. ปลดเปลื้องบ่วงกรรมด้วยการให้อภัยและพลังแห่งความจริง
เมื่อได้ทราบถึงวิบากกรรม เขาจึงเข้าใจว่าชะตากรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เป็นการชดใช้หนี้เวรที่ตนเคยก่อไว้กับชาวนาผู้บริสุทธิ์ เขาตั้งจิตกราบขอขมาต่อพระรัตนตรัยและขออโหสิกรรมต่อดวงวิญญาณของชาวนาผู้นั้นอย่างสุดซึ้ง พร้อมทั้งยกโทษให้แก่กลุ่มอิทธิพลที่จัดฉากใส่ร้ายตนเอง ไม่ขอจองเวรกันอีกต่อไป
ในเรือนจำ เขาได้ใช้เวลาว่างสอนหนังสือและแนะนำหลักธรรมะให้แก่ผู้ต้องขัง สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และเจริญสมาธิภาวนาแผ่เมตตาจิตทุกวัน กระแสแห่งการสำนึกผิดและอภัยทานได้ช่วยตัดรอนแรงพยาบาท ในที่สุดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และกล้องวงจรปิดตัวจริงได้ถูกเปิดเผยในชั้นศาล ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องและสั่งปล่อยตัวเขาให้พ้นมลทินในทันที และในด้านสุขภาพ ความดันในกะโหลกศีรษะของเขาลดลงสู่ระดับปกติอย่างน่าอัศจรรย์ ขั้วประสาทตายุบบวม สายตากลับมามองเห็นแจ่มชัด เขาได้รับเกียรติยศคืนกลับมาและได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการทุจริตของรัฐบาล ดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในธรรมตลอดไป
