บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมความตระหนี่ถี่เหนียวและหวงแหนทรัพย์
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่ความน่ากลัวของกิเลสตัว “ความตระหนี่” (มัจฉริยะ) ผู้ที่ร่ำรวยแต่หวงแหนทรัพย์ ไม่ยอมทำทานแม้แต่บาทเดียว ท้ายที่สุดทรัพย์นั้นจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ และนำไปสู่ความอดอยากในภพชาติหน้า
1. เศรษฐีผู้ถูกขังในกองเงิน
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมหาศาล แต่เขากลับมีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวอย่างรุนแรง (ขี้เหนียวขั้นสุด) เขาไม่เคยบริจาคทาน ไม่เคยช่วยเหลือผู้ยากไร้ และห้ามไม่ให้คนในครอบครัวนำเงินไปทำบุญโดยเด็ดขาด แม้กระทั่งตัวเขาเองก็กินอยู่อย่างอัตคัดขัดสน ไม่กล้าใช้จ่ายเงินซื้อของดีๆ ให้ตัวเองเพราะกลัวเงินจะหมด เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จิตใจของเขาก็ยังคงยึดติดและห่วงแหนทรัพย์สมบัติเหล่านั้นอย่างหนัก
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- ปู่โสมเฝ้าทรัพย์: เนื่องจากจิตที่ห่วงสมบัติก่อนตาย กายละเอียดจึงไม่ได้ไปสู่สุคติภูมิ แต่กลับกลายเป็น “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” หรือวิญญาณเร่ร่อนที่ต้องคอยเฝ้าสมบัติของตนเองอยู่ตรงนั้นยาวนานนับร้อยนับพันปี ไม่ได้ไปเกิดและไม่ได้รับความสุขใดๆ เลย
- เกิดมายากจนและไม่มีสิทธิ์ใช้สมบัติ: เมื่อหมดกรรมจากการเฝ้าทรัพย์และได้เกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมความตระหนี่จะบีบคั้นให้เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น หรือหากโชคดีมีทรัพย์ ก็จะมีเหตุให้เขา “ไม่มีสิทธิ์” ได้ใช้ทรัพย์นั้น เช่น ป่วยหนักจนกินอาหารดีๆ ไม่ได้ หรือถูกศาลอายัดทรัพย์สินทั้งหมด (มีทรัพย์แต่ใช้ไม่ได้)
- อดอยากและหิวโหย: กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ผู้ที่ไม่เคยเป็นผู้ให้ ย่อมไม่ได้รับสิ่งใดตอบแทน เขาจะต้องเผชิญกับความอดอยาก ขาดแคลนปัจจัย 4 และมักจะถูกคนอื่นปฏิเสธความช่วยเหลือในยามที่ตกทุกข์ได้ยาก
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า ความตระหนี่ (มัจฉริยะ) คือสนิมที่กัดกินใจ ทำให้ใจแคบและมืดบอด ทรัพย์สมบัติที่เราหามาได้ หากไม่นำมาเปลี่ยนเป็น “บุญ” ด้วยการทำทาน เมื่อตายไปก็ต้องทิ้งไว้ให้คนอื่นใช้ทั้งหมด ผู้ที่มีนิสัยขี้เหนียวต้องรีบฝึกฝนตนเองให้เป็น “ผู้ให้” เริ่มจากการบริจาคเล็กๆ น้อยๆ หมั่นตักบาตร ช่วยเหลือสังคม เพื่อทำลายความตระหนี่ในใจให้แตกสลาย เพราะทานบารมีคือเสบียงก้อนเดียวที่จะตามติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ
