บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมปล่อยน้ำเสียและทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อผลกำไร
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการวางยาพิษต่อสายน้ำและแผ่นดิน นายทุนที่มักง่ายลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือสารพิษจากโรงงานลงสู่แม่น้ำลำคลอง จะส่งผลให้ผู้กระทำเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ป่วยเป็นโรคผิวหนังและโรคเลือดที่รักษาไม่หาย ในทุกภพชาติ
1. นายทุนผู้มักง่ายบนความตายของระบบนิเวศ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีความโลภและเห็นแก่ตัวอย่างรุนแรง เพื่อลดต้นทุนการกำจัดของเสีย เขาจึงสั่งให้ลูกน้องแอบต่อท่อ “ลักลอบปล่อยน้ำเสียและสารเคมีมีพิษลงสู่แม่น้ำลำคลองสาธารณะ” ในยามวิกาลอย่างต่อเนื่อง การกระทำมักง่ายนี้ทำให้ปลาและสัตว์น้ำตายเกลื่อน น้ำเน่าเหม็น ชาวบ้านที่ใช้น้ำอาบหรือดื่มกินก็ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและโรคผิวหนังร้ายแรง แม้ชาวบ้านจะร้องเรียน เขาก็ใช้เงินยัดไส้เจ้าหน้าที่เพื่อปกปิดความผิด การทำลายแหล่งน้ำซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตมหาชน ถือเป็นกรรมปาณาติบาตและอทินนาทานระดับมหภาคที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 1 (สัญชีวนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่สัญชีวนรก เขาถูกนายนิรยบาลจับโยนลงไปในทะเลสาบน้ำกรดสีดำที่เดือดพล่าน ร่างกายของเขาถูกน้ำกรดกัดกร่อนละลายจนเหลือแต่กระดูก ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ร้องโหยหวนสำลักสารพิษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตายแล้วฟื้นขึ้นมาโดนต้มในบ่อน้ำพิษยาวนานนับกัป ชดใช้กรรมที่เคยวางยาพิษสายน้ำ
- เกิดในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษและแออัด: เมื่อเศษกรรมเบาบางจนมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะดึงดูดให้เขาต้องไปเกิดและอาศัยอยู่ใน “แหล่งเสื่อมโทรม สลัมที่แออัด หรือพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศและน้ำขั้นวิกฤต” เขาจะต้องทนสูดดมกลิ่นเหม็นและดื่มน้ำที่ปนเปื้อน ไม่สามารถย้ายหนีไปอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ได้เลย
- ป่วยเป็นโรคผิวหนังเน่าพุพองและโรคเลือด: สารพิษที่เขาเคยปล่อยลงแม่น้ำ จะย้อนกลับมาฝังอยู่ในดีเอ็นเอของเขา เขาจะเกิดมาพร้อมกับ “โรคผิวหนังที่ร้ายแรง รักษาไม่หาย ผิวหนังเน่าพุพอง มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม” และมักจะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบเลือดหรือโรคมะเร็งที่สร้างความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส สมกับที่เคยทำให้ชาวบ้านต้องล้มป่วย
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “ทรัพยากรธรรมชาติคือสมบัติของโลก การทำลายสายน้ำก็เหมือนการวางยาพิษตัวเองในอนาคต” ธุรกิจใดที่กำลังทำลายสิ่งแวดล้อม ลักลอบปล่อยมลพิษ ต้องหยุดความเห็นแก่ตัวนี้ทันที เร่งติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน และต้องชดเชยด้วยการ “บริจาคเงินฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า ปล่อยพันธุ์ปลาลงแม่น้ำ และตั้งโรงทานน้ำดื่มบริสุทธิ์” พร้อมทั้งหมั่นสวดมนต์นั่งสมาธิ ขออโหสิกรรมต่อสรรพสัตว์ที่ต้องตายเพราะสารพิษของตน เพื่อหวังให้บุญจากการมอบความบริสุทธิ์นี้ ไปช่วยเจือจางพิษร้ายในวิบากกรรมให้เบาบางลง
