บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมใช้งานลูกจ้างและสัตว์พาหนะอย่างทารุณจนตาย
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการกดขี่แรงงาน นายจ้างที่ใช้งานลูกจ้างหรือสัตว์พาหนะอย่างหนักหน่วง ทารุณ ไม่ให้พักผ่อนจนพวกเขาต้องล้มป่วยหรือตาย จะส่งผลให้ผู้กระทำเกิดมาเป็นกรรมกรแบกหาม ป่วยเป็นโรคปวดหลังปวดข้อเรื้อรัง และถูกคนอื่นกดขี่ขูดรีดในทุกภพชาติ
1. นายจ้างไร้หัวใจผู้สูบเลือดสูบเนื้อ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นเจ้าของกิจการโรงสีข้าวและเหมืองแร่ที่ร่ำรวย แต่มีความตระหนี่และโหดร้ายอย่างที่สุด เขาจ้างคนงานด้วยค่าแรงที่ถูกแสนถูก แต่ “บังคับให้ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีวันหยุดพัก” หากใครป่วยหรือทำงานช้า เขาจะใช้แส้เฆี่ยนตีและหักเงินเดือน นอกจากนี้เขายังใช้งานสัตว์พาหนะ (ช้าง ม้า วัว ควาย) อย่างทารุณ บรรทุกของหนักเกินกำลัง จนสัตว์เหล่านั้นล้มลงขาดใจตายคากองงาน เมื่อสัตว์หรือคนงานตาย เขาก็แค่เอาศพไปทิ้งแล้วหาคนใหม่มาแทน การใช้งานสิ่งมีชีวิตเยี่ยงเครื่องจักรและขูดรีดหยาดเหงื่อแรงกายจนถึงแก่ความตาย เป็นกรรมแห่งการเบียดเบียน (วิหิงสา) ที่สร้างหนี้แค้นอย่างมหาศาล
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 3 (สังฆาฏนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่มหานรก เขาถูกนายนิรยบาลที่มีร่างกายเป็นสัตว์นรก บังคับให้แบกภูเขาเหล็กแดงเดือดที่มีน้ำหนักมหาศาล เดินข้ามทะเลเพลิง หากเขาเดินช้าหรือล้มลง นายนิรยบาลก็จะใช้แส้ไฟและกระบองหนามทุบตีจนร่างแหลกเหลว เขาต้องทนทุกข์ทรมาน แบกของหนักจนหลังหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยาวนานนับกัป ชดใช้กรรมที่เคยกดขี่แรงงาน
- เกิดเป็นกรรมกรแบกหามและถูกขูดรีด: เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะดึงดูดให้เขาเกิดในตระกูลที่ยากจนข้นแค้นที่สุด เขาจะต้องทำงานเป็น “กรรมกรแบกหาม หรือผู้ใช้แรงงานหนัก” ตั้งแต่เด็กจนแก่ ไม่ว่าเขาจะทำงานหนักแค่ไหน เขาก็จะถูก “นายจ้างกดขี่ ขูดรีด เอาเปรียบค่าแรง” เสมอ ไม่เคยได้รับความยุติธรรม ต้องใช้ชีวิตอย่างเหนื่อยล้าแสนสาหัส
- ป่วยเป็นโรคปวดหลังและข้อกระดูกเรื้อรัง: กงกำกงเกวียนแห่งการทรมานร่างกายผู้อื่น จะส่งผลให้เขาเกิดมามีร่างกายที่อ่อนแอ และมักจะป่วยเป็น “โรคปวดหลังเรื้อรัง กระดูกทับเส้น หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือโรคข้ออักเสบรุนแรง” ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดทางกายตลอดชีวิต สมกับที่เคยใช้งานผู้อื่นจนกระดูกแทบหัก
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “หยาดเหงื่อและน้ำตาของลูกจ้างที่ถูกกดขี่ คือน้ำกรดที่มากัดกร่อนความเจริญของนายจ้างในอนาคต” การเอาเปรียบแรงงานคนหรือสัตว์ เป็นบาปกรรมที่ทำให้ชีวิตต้องเหน็ดเหนื่อยไม่มีวันจบสิ้น ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ ต้องดูแลสวัสดิการลูกจ้างด้วยความยุติธรรมและมีเมตตา หากอดีตเคยทำพลาด ใช้งานลูกน้องหนักเกินไป หรือทารุณสัตว์ ต้องรีบชดเชยโบนัสหรือขึ้นเงินเดือนให้ลูกจ้าง สมาทานศีลข้อ 1 อย่างเคร่งครัด และต้องเร่งแก้ไขด้วยการ “ไปไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยสัตว์ให้เป็นอิสระ และบริจาคเงินช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อผู้ใช้แรงงาน” เพื่อหวังให้บุญจากการให้ความเมตตานี้ ไปช่วยปลดแอกวิบากกรรมแห่งการแบกหามให้เบาบางลง
