บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมถมบ่อน้ำสาธารณะและกักตุนแหล่งน้ำ
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการตัดรอนชีวิต ผู้ที่มักง่ายถมบ่อน้ำสาธารณะ ทำลายแหล่งน้ำ หรือกักตุนน้ำไว้ใช้คนเดียวในยามแล้ง จะส่งผลให้ตกนรก เกิดเป็นเปรตที่คอเป็นไฟ เกิดมาในดินแดนที่แห้งแล้งกันดาร และต้องตายด้วยความกระหายน้ำอย่างแสนสาหัสในทุกภพชาติ
1. เศรษฐีใจแคบผู้ผูกขาดความชุ่มฉ่ำ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นเศรษฐีที่ดินผู้มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวและแล้งน้ำใจอย่างรุนแรง ในหมู่บ้านของเขามีบ่อน้ำและลำธารสาธารณะที่ชาวบ้านใช้ดื่มกินและทำเกษตรกรรม แต่ด้วยความโลภ เขาจึงสั่งให้ลูกน้อง “สร้างเขื่อนกั้นน้ำและล้อมรั้วผูกขาดแหล่งน้ำ” ไว้ใช้ในที่ดินของตนเองแต่เพียงผู้เดียว เมื่อถึงหน้าแล้ง ชาวบ้านขาดแคลนน้ำอย่างหนักจนพืชผลตายและสัตว์เลี้ยงล้มตาย เขาก็ไม่ยอมแบ่งปันน้ำให้ หนำซ้ำเมื่อเขามีปัญหากับเพื่อนบ้าน เขากลับสั่งให้ลูกน้องไป “แอบถมบ่อน้ำสาธารณะ” จนตื้นเขิน เพื่อความสะใจและบีบบังคับให้ชาวบ้านต้องมาซื้อน้ำจากเขาในราคาแพง การทำลายแหล่งน้ำซึ่งเป็นเส้นเลือดของสรรพชีวิต เป็นกรรมอทินนาทานและปาณาติบาตทางอ้อมที่สร้างความแห้งแล้งให้แก่จิตวิญญาณอย่างรุนแรง
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- เปรตผู้หิวโหยและคอเป็นไฟ: ทันทีที่ตาย ด้วยจิตที่แห้งแล้งและหวงแหนน้ำ กายละเอียดถูกดึงดูดไปเกิดเป็น “เปรต (Preta) ที่มีรูปร่างผอมโซ ผิวหนังแห้งแตก และมีเปลวไฟลุกไหม้ในลำคอตลอดเวลา” เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากความกระหายน้ำอย่างสุดขีด เมื่อวิ่งไปเจอแม่น้ำ น้ำนั้นก็จะกลายเป็นทรายร้อนหรือน้ำกรดทันทีที่เขาสัมผัส ต้องทนกระหายยาวนานนับพุทธันดร ชดใช้กรรมที่เคยหวงน้ำ
- เกิดในดินแดนทุรกันดารและแห้งแล้งที่สุด: เมื่อพ้นกรรมจากเปรตมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะดึงดูดให้เขาต้องไปเกิดใน “ทะเลทราย หรือดินแดนที่แห้งแล้งทุรกันดารที่สุดในโลก” เขาจะต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ขาดแคลนน้ำสะอาด ต้องทนหิวและกระหายอยู่ตลอดเวลา สมกับที่เคยทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน
- ป่วยเป็นโรคขาดน้ำและตายด้วยความกระหาย: กงกำกงเกวียนแห่งการตัดรอนชีวิต จะทำให้เขาป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่เกี่ยวกับไต หรือโรคที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ และในบั้นปลายชีวิต เขาจะต้องหลงทางในป่าหรือทะเลทราย และ “ตายอย่างน่าเวทนาด้วยภาวะร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง (Severe Dehydration)”
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “ผู้ใดหวงแหนน้ำดื่ม ผู้นั้นกำลังดื่มไฟนรกเผาผลาญตนเอง” การทำลายแหล่งน้ำสาธารณะ หรือการผูกขาดทรัพยากรธรรมชาติเพื่อผลกำไรส่วนตัว เป็นบาปกรรมที่ทำให้ชีวิตในอนาคตมีแต่ความฝืดเคืองและแห้งแล้ง ผู้ที่เคยมีความตระหนี่ หวงของ หรือเคยทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ต้องรีบเปลี่ยนแปลงตนเอง สมาทานศีลอย่างเคร่งครัด และต้องเร่งแก้ไขด้วยการ “เป็นเจ้าภาพขุดบ่อน้ำบาดาลให้วัด สร้างแท็งก์น้ำกักเก็บน้ำให้โรงเรียนในชนบท และบริจาคน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัยแล้ง” เพื่อหวังให้มหาบุญจากการให้ชีวิตนี้ ไปบรรเทาเปลวไฟแห่งความกระหายในวิบากกรรมของตนเอง
