บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมให้การเท็จและติดสินบนในชั้นศาล
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่รับจ้างให้การเท็จ ปั้นน้ำเป็นตัว หรือติดสินบนผู้พิพากษาเพื่อยัดข้อหาให้คนบริสุทธิ์ ต้องตกนรกขุมลึก เกิดมามีความบกพร่องทางการพูด (ติดอ่าง/ใบ้) และต้องถูกใส่ร้ายจนติดคุกฟรีในทุกภพชาติ
1. พยานเท็จผู้บิดเบือนความจริง
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นผู้ที่เห็นแก่เงินและไร้ซึ่งมโนธรรมสำนึก เขาได้รับการว่าจ้างจากเศรษฐีผู้มีอิทธิพลให้ไปเป็น “พยานเท็จในชั้นศาล” เขาได้สาบานตนและให้การโกหก ปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องแพ้คดี สูญเสียทรัพย์สิน และบางรายถึงขั้น “ถูกตัดสินจำคุกฟรี” ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอย “ติดสินบนเจ้าหน้าที่และผู้พิพากษา” เพื่อบิดเบือนรูปคดี การใช้คำโกหกในกระบวนการยุติธรรมเพื่อทำลายชีวิตผู้อื่น เป็นมุสาวาทขั้นร้ายแรงที่สุด เพราะเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการประหัตประหารคนดี
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 (โรรุวนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่โรรุวนรก เขาถูกนายนิรยบาลใช้คีมเหล็กแดงเดือดดึงลิ้นออกมา แล้วใช้เหล็กแหลมทิ่มแทงทะลุเพดานปากและลำคอ จากนั้นกรอกน้ำกรดเดือดจัดลงไป เขาต้องดิ้นทุรนทุราย กรีดร้องด้วยความทรมานแสนสาหัสยาวนานนับกัป ชดใช้กรรมที่ใช้ลิ้นและคำพูดบิดเบือนความจริงทำลายผู้อื่น
- มีความบกพร่องทางการพูดและเป็นใบ้: เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมแห่งการให้การเท็จจะทำลายระบบการออกเสียงของเขา เขาจะเกิดมา “เป็นใบ้ หรือพูดติดอ่างอย่างหนัก” ไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ แม้เขาอยากจะพูดความจริง ก็จะไม่มีใครฟังหรือเชื่อถือเขาเลย เขาจะต้องทนอึดอัดกับความไร้สิทธิไร้เสียงตลอดชีวิต
- ถูกใส่ร้ายป้ายสีและติดคุกฟรี: กงกำกงเกวียนแห่งความอยุติธรรม จะย้อนกลับมาขังเขาไว้ในคุก เขาจะโชคร้ายตกเป็นแพะรับบาป ถูกคนอื่น “ใส่ร้ายป้ายสี ยัดข้อหา และให้การเท็จ” จนเขาต้องแพ้คดีและ “ติดคุกฟรี” ทั้งที่ตนเองบริสุทธิ์ ต้องสูญเสียอิสรภาพและครอบครัวพังทลาย สมกับที่เขาเคยยัดเยียดคุกตารางให้ผู้อื่น
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “คำโกหกในชั้นศาล คือกุญแจที่ไขประตูคุกรอขังตัวเองในอนาคต” การรับจ้างเป็นพยานเท็จ หรือการติดสินบนเพื่อบิดเบือนความยุติธรรม เป็นบาปกรรมที่ทำลายระบบศีลธรรมของสังคมอย่างรุนแรง ผู้ที่กำลังประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย หรือเคยทำพลาดให้การเท็จใส่ร้ายผู้อื่น ต้องรีบสารภาพความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อทันที สมาทานศีลข้อ 4 อย่างเคร่งครัด ยอมตายดีกว่าโกหก และต้องเร่งแก้ไขด้วยการ “บริจาคทุนช่วยเหลือผู้ต้องขังที่ยากไร้ เป็นทนายอาสาช่วยผู้บริสุทธิ์ และสวดมนต์แผ่เมตตา” เพื่อหวังให้บุญแห่งการให้ความยุติธรรมนี้ ไปช่วยปลดล็อกกุญแจมือในวิบากกรรมของตนเอง
