บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมปล่อยข่าวปลอม ยุแยงให้คนในชาติแตกแยกและฆ่าฟันกัน
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของนักโฆษณาชวนเชื่อปีศาจ ผู้ที่สร้างข่าวปลอม ยุยงปลุกปั่นความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ศาสนา หรือการเมือง เพื่อให้คนในชาติเดียวกันจับอาวุธขึ้นมาเข่นฆ่ากัน จะส่งผลให้ต้องตกนรก ถูกขวานเพลิงนรกผ่าลิ้นและศีรษะ เกิดมาท่ามกลางสงครามกลางเมือง และถูกครอบครัวตนเองเข่นฆ่าในทุกภพชาติ
1. จอมบงการผู้จุดไฟสงครามด้วยวาจาพิษ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นนักปราศรัยและผู้ดูแลสื่อโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มอำนาจมืด เขาได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองเพื่อโค่นล้มรัฐบาล จึงได้ “สร้างเรื่องเท็จ กุข่าวปลอม ตัดต่อข้อมูลใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มชาติพันธุ์และฝ่ายตรงข้าม โพสต์ปลุกปั่นความเคียดแค้นชิงชังผ่านสื่อมวลชนทุกช่องทาง” คำพูดยุยงปลุกปั่นของเขาทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวง คลุ้มคลั่ง และลุกฮือขึ้นมาทำสงครามกลางเมือง เข่นฆ่าพี่น้องร่วมชาติ เผาบ้านเผาเมืองจนมีคนล้มตายเรือนหมื่นเรือนแสน การยุแยงส่อเสียดให้คนหมู่มากแตกแยกและเข่นฆ่ากัน (ปิสุณาวาจา มุสาวาท และปาณาติบาตทางอ้อมระดับมหภาค) เป็นอนันตริยกรรมทางสังคมที่ก่อหนี้กรรมหนักหนาสาหัสที่สุด
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 (โรรุวนรก) และขุมขวานเพลิงสับร่าง: ทันทีที่สิ้นลม กายละเอียดดิ่งตรงสู่ขุมนรก เขาถูกนายนิรยบาลจับตรึงไว้ แล้วใช้ “ขวานเหล็กนรกเผาไฟแดงเดือดจามผ่าลิ้นจนขาดกระเด็น จากนั้นจามผ่ากะโหลกศีรษะและลำตัวแยกออกเป็นสองซีก” เปลวไฟนรกแผดเผาเนื้อหนัง เลือดทะลักเดือดพล่าน กรีดร้องโหยหวน ตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางเสียงระเบิดและเพลิงนรกนับล้านปี
- เกิดมาท่ามกลางดงสงคราม และสูญเสียครอบครัว (Born in Warzones): เมื่อพ้นกรรมมาเกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะดึงดูดให้เขา “เกิดในดินแดนที่มีสงครามกลางเมือง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือเกิดในค่ายผู้ลี้ภัย” ต้องวิ่งหลบกระสุนและระเบิดตั้งแต่เด็ก ครอบครัวถูกระเบิดฉีกร่างตายต่อหน้าต่อตา
- ถูกคนในครอบครัวและเพื่อนสนิททรยศเข่นฆ่า: กงกำกงเกวียนแห่งความแตกแยก จะทำให้เขา “ไม่มีมิตรแท้ คนในบ้านแตกคอเกลียดชังกัน และสุดท้ายจะถูกพี่น้องหรือคนสนิทหักหลัง สังหารอย่างโหดเหี้ยม” ซ้ำรอยเดิมที่เคยยุยงให้คนอื่นฆ่ากัน
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “ข่าวปลอมที่คุณยุให้คนเกลียดกันในวันนี้ คือขวานนรกที่จะผ่ากะโหลกคุณในชาติหน้า” วาจาส่อเสียดทำลายสังคมมีโทษมหันต์ ผู้ที่เคยปล่อยข่าวปลอมต้องหยุดทันที สารภาพความจริง สมาทานศีลข้อ 4 อย่างเด็ดขาด และต้องเร่ง “กล่าวแต่วาจาสมานฉันท์ รณรงค์สร้างความสามัคคี บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงคราม และชักชวนคนมาสวดมนต์แผ่เมตตา” เพื่อดับไฟแค้นและคลายวิบากกรรมแห่งสงครามในชีวิต
