บทสรุปย่อเคสศึกษา: กรรมตัดงวงและเลื่ออยงาช้างทั้งเป็น สู่โรคจมูกยุบแหว่งและเนื้องอกร้ายในโพรงจมูก
ชายหนุ่มวัย 34 ปี ต้องเผชิญกับความผิดปกติของใบหน้าอย่างรุนแรง กระดูกอ่อนสันจมูกและผนังกั้นช่องจมูกเน่ายุบตัวลงเป็นโพรงแหว่ง (Saddle Nose) จนหายใจลำบาก ต่อมาตรวจพบก้อนเนื้องอกร้ายในโพรงหลังจมูก (Nasopharyngeal Carcinoma) ลุกลามทำลายเนื้อเยื่อจมูก ตรวจดูกฎแห่งกรรมพบว่าในอดีตชาติเคยเป็นนายพรานล่าสัตว์ใหญ่ ได้วางกับดักขุดหลุมพรางล่อช้างป่างานามงคลตกลงไป แล้วใช้มีดดาบฟันตัดงวงช้างและใช้เลื่อยตัดงาช้างทั้งที่ช้างยังมีชีวิตอยู่ ช้างต้องทนทุกข์ทรมานจนขาดใจตาย กรรมตัดงวงช้างและทำลายงาช้างอย่างโหดเหี้ยม จึงส่งผลตรงต่อโครงสร้างจมูกและโพรงจมูกในชาติตัจจุบัน แต่บรรเทาลงได้ด้วยการไถ่ชีวิตช้างและสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย
1. วิกฤตจมูกยุบแหว่งและเนื้องอกร้ายในโพรงจมูก
ชายหนุ่มผู้ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัววัย 34 ปี เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่บริเวณจมูก มีอาการคัดจมูกเรื้อรัง มีเลือดกำเดาไหลปนหนอง ต่อมากระดูกอ่อนสันจมูกเริ่มยุบตัวลงอย่างน่าตกใจ สันจมูกแบนราบลงกลายเป็นแอ่งคล้ายอานม้า (Saddle Nose Deformity) ปีกจมูกบิดเบี้ยวผิดรูปจนหายใจทางจมูกไม่ได้ ต้องอ้าปากหายใจตลอดเวลา
เมื่อแพทย์ส่องกล้องตรวจโพรงหลังจมูกอย่างละเอียด พบก้อนเนื้องอกมะเร็งขนาดใหญ่ในโพรงหลังจมูก (Nasopharyngeal Carcinoma) กำลังลุกลามกัดกร่อนกระดูกฐานกะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้า แพทย์ระบุว่าการรักษาต้องใช้ทั้งการฉายรังสีและเคมีบำบัดอย่างเข้มข้น ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าและเนื้อเยื่อจมูกยุบตัวลงไปมากกว่าเดิม สร้างความหวาดกลัวและทุกข์ทรมานใจให้แก่เขาเป็นอย่างยิ่ง
2. ส่องอดีตกรรม: พรานใจเหี้ยมฟันตัดงวงและเลื่อยงาช้างทั้งเป็น
เมื่อมองย้อนอดีตชาติ พบว่าในอดีตชาติหนึ่ง เขาเคยเกิดเป็นนายพรานล่าสัตว์ป่าผู้ชำนาญการล่าสัตว์ใหญ่ในป่าดงดิบ ในยุคนั้นมีค่านิยมการซื้องาช้างแกะสลักเพื่อทำเป็นเครื่องประดับและอาวุธของชนชั้นสูง เขาจึงออกติดตามล่าช้างพลายงางามในป่าลึก โดยใช้อุบายขุดหลุมพรางขนาดใหญ่และพรางด้วยกิ่งไม้ใบหญ้า
เมื่อมีช้างพลายตัวใหญ่เดินมาตกลงไปในหลุมพราง ขยับตัวหนีไม่ได้ แทนที่เขาจะรอให้ช้างหมดแรงหรือใช้ยาสลบ ด้วยความใจร้อนและกลัวว่าพรานคนอื่นจะมาแย่งชิง เขาจึงกระโดดลงไปใช้มีดดาบคมกริบฟันตัดงวงช้างจนขาดสะบั้น เพื่อไม่ให้ช้างใช้งวงต่อสู้ จากนั้นใช้เลื่อยเหล็กเลื่อยตัดโคนงาช้างทั้งสองกิ่งอย่างทารุณ ทั้งที่ช้างยังมีชีวิตและยังมีลมหายใจ ช้างพลายตัวนั้นส่งเสียงร้องก้องป่าด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เลือดพุ่งทะลักออกจากบาดแผลที่งวงและโคนงาอย่างน่าสยดสยอง ก่อนจะสิ้นใจตายด้วยความบอบช้ำ วิบากกรรมจากการตัดงวงช้าง ทำลายทางเดินหายใจของช้าง และตัดงาช้างทั้งเป็น จึงกลายเป็นกรรมหนักที่ตามมาส่งผลให้จมูกของเขาในชาติตัจจุบันต้องเน่ายุบและเกิดเนื้องอกร้ายที่โพรงหลังจมูก
3. บุญไถ่ชีวิตช้างและสร้างพระประธานกอบกู้ลมหายใจ
เมื่อได้ทราบถึงมูลเหตุแห่งกรรมอันน่าสยดสยอง เขาเกิดความสำนึกผิดอย่างสุดหัวใจ กราบขอขมาต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และดวงวิญญาณของพญาช้างพลายตัวนั้นอย่างจริงใจ พระอาจารย์ได้แนะนำให้เขาเร่งสร้างบุญใหญ่ในการ “ไถ่ชีวิตช้างและสร้างพระพุทธรูป”
เขาได้รวบรวมเงินเก็บทั้งหมดและชักชวนเพื่อนฝูงร่วมบุญใหญ่ ไถ่ชีวิตช้างชราและช้างที่ถูกทารุณกรรมจากการลากซุง นำไปมอบให้ศูนย์อนุรักษ์ช้างธรรมชาติเพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยจนหมดอายุขัย พร้อมทั้งร่วมเป็นประธานหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัยเนื้อทองเหลืองขนาดใหญ่ถวายวัดป่า และฝึกนั่งสมาธิแผ่เมตตาจิตที่บริสุทธิ์ให้แก่ช้างพลายตัวนั้นทุกวัน อานิสงส์แห่งการให้ชีวิตช้างและหล่อพระประธาน ได้แผ่กระแสบุญอันอบอุ่นเข้ามาคุ้มครองเนื้อเยื่อใบหน้า ก้อนมะเร็งในโพรงจมูกตอบสนองต่อการฉายแสงอย่างดีเยี่ยมจนฝ่อสลายไปจนหมดสิ้น ต่อมาแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งสามารถผ่าตัดเสริมกระดูกอ่อนซ่อมแซมสันจมูกให้กลับมาโด่งสวยเป็นปกติ หายใจได้อย่างโล่งสบาย และรอดพ้นจากโรคร้ายได้อย่างปาฏิหาริย์
