คำถาม: ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ศีล”
มีคำถามส่งเข้ามาว่า: “ศีล แปลว่าอะไรครับ ถ้าคนๆ นั้นมีความดีอย่างอื่นพร้อม แต่ไม่รักษาศีล ถือว่าเป็นคนดีสมบูรณ์หรือไม่ครับ?”
หลวงพ่อทัตตชีโว ตอบ
คำว่า “ศีล” (สี-ละ) เป็นภาษาบาลี แปลว่า “ปกติ” ครับ
คำว่า ปกติ ในที่นี้หมายถึง “ปกติของความเป็นมนุษย์” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้เป็นผู้บัญญัติศีล 5 ขึ้นมา แต่ศีล 5 เป็นกฎธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว พระพุทธองค์เพียงแต่ทรงค้นพบและนำมาตรัสบอกเราว่า หากใครต้องการรักษาสภาพความเป็นมนุษย์เอาไว้ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จะต้องรักษา “ความปกติ” 5 ประการนี้ไว้ให้ได้ คือ:
1. ปกติของมนุษย์ ต้องไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต (ปาณาติปาตา) เพราะมนุษย์มีเมตตาธรรม ไม่เบียดเบียนใคร
2. ปกติของมนุษย์ ต้องไม่ลักทรัพย์ (อทินนาทานา) เพราะมนุษย์รู้จักเคารพสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น
3. ปกติของมนุษย์ ต้องไม่ประพฤติผิดในกาม (กาเมสุมิจฉาจารา) เพราะมนุษย์รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีคู่ครองที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
4. ปกติของมนุษย์ ต้องไม่โกหกหลอกลวง (มุสาวาทา) เพราะมนุษย์มีสัจจะ พูดแต่ความจริง
5. ปกติของมนุษย์ ต้องไม่ดื่มสุรายาเสพติด (สุราเมรยะ) เพราะมนุษย์ต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่ทำลายสติปัญญาของตนเอง
ถ้าทำดีอย่างอื่น แต่ไม่มีศีล ถือว่าเป็นคนดีไหม?
เปรียบเสมือนภาชนะที่สวยงาม (ทำทาน มีน้ำใจ) แต่ “ก้นรั่ว” (ไม่มีศีล) เมื่อใส่น้ำ (ความดี) ลงไป น้ำก็จะรั่วซึมออกหมด ศีลคือ “กำแพง” หรือ “เกราะคุ้มกันภัย” ที่ช่วยปกป้องความดีข้ออื่นๆ ไม่ให้ถูกทำลาย ผู้ที่ไม่มีศีล แม้จะมีข้อดีอื่นๆ แต่ก็มีโอกาสพลาดพลั้งไปทำบาปกรรมร้ายแรงที่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่นได้เสมอ
ข้อคิด: ศีลไม่ใช่ข้อห้ามที่ทำให้ชีวิตอึดอัด แต่ศีลคือ “ข้อปฏิบัติเพื่ออิสรภาพ” ผู้ที่มีศีลบริสุทธิ์ จะเดินไปที่ไหนก็ไม่ต้องหวาดระแวง ไม่ต้องกลัวใครตามล่า ไม่ต้องกลัวกฎหมาย และไม่ต้องกลัวผลกรรมในอบายภูมิ ศีลจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ครับ
📚 อ้างอิงข้อมูล
พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว) – หลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
