บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมขโมยเงินตู้บริจาคและยักยอกทรัพย์วัด
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการปล้นสมบัติพระศาสนา ผู้ที่ลักขโมยเงินตู้บริจาค หรือมัคนายกที่ยักยอกเงินวัด จะส่งผลให้ผู้กระทำต้องตกนรกขุมลึก เกิดเป็นเปรตที่กินอาจม และต้องพบกับความวิบัติล่มจม แตะต้องทรัพย์สินใดก็จะพินาศในทุกภพชาติ
1. โจรปล้นศรัทธาและศาสนสมบัติ
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เคยเป็นมัคนายกและกรรมการวัดที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการเงินของวัด แต่เขาถูกความโลภครอบงำ เมื่อเห็นชาวบ้านหลั่งไหลมาทำบุญ เขาก็เริ่ม “ลักขโมยเงินจากตู้บริจาค” และทำบัญชีปลอมเพื่อ “ยักยอกเงินทำบุญสร้างอุโบสถ” เอาไปใช้จ่ายส่วนตัว ปรนเปรอความสุขให้ตนเองและครอบครัว การขโมยเงินที่ชาวบ้านตั้งใจถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อบำรุงพระศาสนา ถือเป็นการทำกรรม “อทินนาทานต่อของสงฆ์” ซึ่งเป็นกรรมที่หนักและรุนแรงกว่าการขโมยของคนธรรมดาหลายล้านเท่า เพราะเป็นการขโมยเงินของคนทั้งประเทศที่ร่วมทำบุญมา
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 2 (กาลสุตตนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดึงดูดลงสู่กาลสุตตนรก เขาถูกนายนิรยบาลใช้เส้นเชือกเหล็กแดงตีเส้นตามร่างกาย แล้วใช้เลื่อยยนต์นรกหั่นร่างออกเป็นชิ้นๆ อย่างช้าๆ เขาต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสุดขีด และถูกบังคับให้กลืนกินก้อนเหล็กแดงเดือดเพื่อชดใช้กรรมที่กลืนกินเงินบริจาคของวัด ทนทุกข์ทรมานยาวนานนับพุทธันดร
- เปรตผู้หิวโหยที่กินคูถ (อาจม): เมื่อพ้นจากนรก เขาต้องไปเกิดเป็น “เปรตที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว” มีไฟลุกไหม้ตามมือและปากตลอดเวลา ต้องทนทุกข์ทรมานจากความหิวโหยอย่างสุดขีด และอาหารเพียงอย่างเดียวที่เขาสามารถกินเพื่อประทังชีวิตได้คือ “คูถ (อุจจาระ) และน้ำเลือดน้ำหนอง” ของตนเอง
- เกิดมาวิบัติล่มจม จับสิ่งใดก็เป็นเถ้าถ่าน: เมื่อเศษกรรมเบาบางจนได้เกิดเป็นมนุษย์ เขาจะต้องเกิดมาในตระกูลที่ยากจนที่สุด และกงกำกงเกวียนจะสาปแช่งให้เขา “แตะต้องทรัพย์สินใด ทรัพย์นั้นก็จะพินาศหายไป” ทำธุรกิจก็จะเจ๊ง ถูกไฟไหม้ หรือถูกโกงจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่สามารถรักษาทรัพย์สมบัติใดๆ ไว้ได้เลยตลอดชีวิต
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติอย่างเด็ดขาดว่า “ของสงฆ์ แม้เพียงเศษสตางค์แดงเดียว หรือดอกไม้ใบหญ้าในวัด ถ้านำกลับไปบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็เป็นทางตรงสู่ขุมนรก” การยักยอกเงินวัดหรือขโมยเงินตู้บริจาค เป็นการนำยาพิษร้ายแรงเข้าสู่ตระกูลของตน ผู้ที่เคยพลั้งเผลอหยิบของวัด ขโมยเงินบริจาค หรือเป็นกรรมการวัดที่บริหารเงินไม่โปร่งใส ต้องรีบชดใช้คืนสงฆ์ทันที โดยการ “ชำระหนี้สงฆ์” นำเงินที่ขโมยไปมาคืนวัดให้มากกว่าเดิมหลายเท่า สมาทานศีลอย่างเคร่งครัด และตั้งใจบำรุงพระศาสนาด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อหวังให้บุญใหญ่จากการชำระหนี้สงฆ์นี้ ไปช่วยปิดปากขุมนรกและระงับวิบากกรรมแห่งความวิบัติให้เบาบางลง
