บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมอิจฉาริษยาและใส่ร้ายป้ายสี
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ถ่ายทอดโดยคุณครูไม่ใหญ่ เตือนสติถึงวิบากกรรมของคนที่ชอบอิจฉาริษยา ทนเห็นผู้อื่นได้ดีไม่ได้ และใช้คำพูดใส่ร้ายป้ายสีทำลายชื่อเสียงผู้อื่น กรรมนี้จะส่งผลให้ตนเองต้องตกต่ำ เป็นที่รังเกียจ และต้องไปรับกรรมในยมโลก
๑. ไฟริษยาที่เผาผลาญตนเอง
ความอิจฉาริษยาคือไฟที่สุมอยู่ในใจ เมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุข ร่ำรวย หรือได้ดีกว่าตน แทนที่จะมุทิตายินดี กลับรู้สึกร้อนรุ่ม ทุรนทุราย และพยายามหาทางทำลายผู้อื่นด้วยการ “ใส่ร้ายป้ายสี” (มุสาวาท) หรือนินทาให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง
๒. ผลกรรมของการริษยาและใส่ร้าย
- ใบหน้าหมองคล้ำและอัปลักษณ์: ความอิจฉาจะทำให้เลือดลมขุ่นมัว หน้าตาหมองคล้ำ แก่เร็ว ในชาติต่อไปจะเกิดมามีรูปร่างอัปลักษณ์ ขี้เหร่ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
- ตกต่ำและไร้คนเกื้อหนุน: เมื่อใส่ร้ายผู้อื่นให้ตกต่ำ กรรมจะสะท้อนกลับ ทำให้ตนเองทำสิ่งใดก็ไม่เจริญ กิจการล้มเหลว และเมื่อตกทุกข์ได้ยากจะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
- ถูกใส่ร้ายและนินทาตลอดชีวิต: จะต้องไปเกิดในสังคมที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี ถูกคนอื่นนินทาและใส่ร้ายในเรื่องที่ตนไม่ได้ทำ ต้องรับความอยุติธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- ยมโลกขุม ๔: เมื่อตายไป หากกรรมหนักจะตกนรกขุม ๔ (มุสาวาท) ถูกดึงลิ้นออกมาสับทิ้ง หรือถูกกรอกน้ำทองแดงร้อนๆ ทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก
๓. ทางแก้ไขและคำแนะนำ
ต้องฝึก “มุทิตาจิต” เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีต้องหัดแสดงความยินดีจากใจจริง หยุดพฤติกรรมนินทาและใส่ร้ายผู้อื่นเด็ดขาด หมั่นรักษาศีลข้อ ๔ และนั่งสมาธิแผ่เมตตา เพื่อดับไฟริษยาในใจให้กลายเป็นความเย็นกายเย็นใจ
