บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมขโมยผลงานทางปัญญา
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมของความมักง่ายและการฉ้อฉล การขโมยความคิด ลอกเลียนแบบผลงาน และแย่งชิงความสำเร็จของผู้อื่น จะส่งผลให้เกิดมาเป็นคนไร้ความสามารถ และต้องพบกับความสูญเสียในทุกสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น
1. หัวขโมยในคราบคนเก่ง
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เป็นคนที่อยากได้หน้าและอยากประสบความสำเร็จ แต่กลับมีความเกียจคร้าน เขาจึงใช้วิธี “ขโมยผลงาน” ของเพื่อนร่วมงานที่อุตส่าห์อดหลับอดนอนคิดค้นขึ้นมา แล้วนำไปนำเสนอเจ้านายว่าเป็นผลงานของตนเอง นอกจากนี้ เขายังแอบลอกเลียนแบบสินค้าและสูตรลับทางการค้าของคู่แข่งมาขายตัดราคา การขโมยทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) และขโมยเครดิตผู้อื่น ถือเป็นอทินนาทาน (การลักทรัพย์) ที่ทำลายกำลังใจและสร้างความแค้นเคืองอย่างลึกซึ้งให้แก่เจ้าของผลงาน
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- เกิดมาไร้พรสวรรค์และสมองทึบ: ในชาตินี้ วิบากกรรมส่งผลให้เขาเกิดมาเป็นคนสมองช้า ไร้ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ และไม่มีพรสวรรค์ใดๆ ติดตัวมาเลย ไม่ว่าจะพยายามคิดโปรเจกต์หรือสร้างสรรค์สิ่งใด ก็มักจะคิดไม่ออก ตีบตัน เป็นการลงโทษที่เขาเคยเอาเปรียบมันสมองของผู้อื่น
- ถูกขโมยผลงานและถูกโกงเครดิต: กรรมดึงดูดให้เขาต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกสวมรอย หากเขาสามารถทำผลงานใดได้สำเร็จ ผลงานนั้นก็จะถูกคนอื่นแย่งชิงหรือขโมยเครดิตไปหน้าตาเฉย เขาจะไม่มีวันได้รับชื่อเสียงหรือการยกย่องจากสิ่งที่เขาลงมือทำเลย
- ธุรกิจล้มเหลว ล้มละลาย: หากเขาพยายามทำธุรกิจ ธุรกิจของเขาก็จะถูกคู่แข่งก๊อปปี้ ลอกเลียนแบบจนเจ๊ง หรือถูกหุ้นส่วนโกงเงินและฮุบกิจการไปจนหมดตัว (สมบัติวิบัติ) ไม่สามารถตั้งตัวได้เลยตลอดชีวิต
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า ผลงานทางปัญญาเกิดจากหยาดเหงื่อและสติปัญญา การขโมยความคิดผู้อื่นมาเป็นของตน คือการสร้างบาปที่ปิดกั้นปัญญาของตนเองในอนาคต ผู้ที่เคยทำผิดพลาด ต้องหยุดพฤติกรรมมักง่ายนี้ทันที หันมาให้เครดิตและยกย่องเจ้าของผลงานตัวจริงอย่างเปิดเผย หมั่นทำบุญสนับสนุนการศึกษา บริจาคหนังสือ และให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น เพื่อสร้างปัญญาบารมีใหม่ให้เกิดขึ้น และสมาทานศีลข้อ 2 อย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดวงจรแห่งการถูกคดโกง
