บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมยุแยงตะแคงรั่วและทำลายครอบครัวผู้อื่น
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการสร้างความแตกแยก การพูดจาส่อเสียด ยุแยงตะแคงรั่วเพื่อทำลายความรักและครอบครัวของผู้อื่น จะส่งผลให้ผู้กระทำเกิดมามีปากที่ผิดรูป อาภัพคู่ครอง และต้องทนทุกข์อยู่ในครอบครัวที่แตกแยกในทุกภพชาติ
1. ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความร้าวฉาน
ในอดีตชาติ หญิงคนนี้มีนิสัยขี้อิจฉาและชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้าน เมื่อเห็นคู่รักหรือครอบครัวใดมีความสุข เธอจะรู้สึกทนไม่ได้และมักจะ “พูดจาส่อเสียด ยุแยงตะแคงรั่ว” กุเรื่องเท็จ หรือนำความลับไปขยายความเพื่อสร้างความหวาดระแวงให้แก่สามีภรรยาคู่นั้น เธอปั้นน้ำเป็นตัวจนทำให้ครอบครัวที่เคยอบอุ่นต้องทะเลาะเบาะแว้ง หวาดระแวง และถึงขั้น “หย่าร้างแตกหักกัน” ในที่สุด ขณะที่ครอบครัวคนอื่นต้องร้องไห้บ้านแตก เธอกลับรู้สึกสะใจและสนุกปาก การทำลายความสัมพันธ์อันดีงามและสร้างความแตกแยก ถือเป็นกรรมมุสาวาทและปิสุณาวาจา (คำส่อเสียด) ที่สร้างบาดแผลทางใจให้ผู้อื่นอย่างรุนแรง
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 4 (โรรุวนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกลากลงสู่มหานรกขุม 4 เธอถูกนายนิรยบาลใช้คีมเหล็กร้อนดึงลิ้นออกมา แล้วใช้หอกแหลมทิ่มแทงที่ปากและคอ บังคับให้ดื่มน้ำกรดเดือดจัด ทนทุกข์ทรมานร้องโหยหวนยาวนานนับกัป เพื่อชดใช้กรรมที่ใช้ปากสร้างความร้าวฉานให้ผู้อื่น
- เกิดมามีปากผิดรูปและคำพูดเป็นพิษ: เมื่อเศษกรรมเบาบางจนได้เกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมจะทำลายสรีระบริเวณปากของเธอ เธออาจจะเกิดมา “ปากเบี้ยว ปากแหว่งเพดานโหว่ หรือมีกลิ่นปากเหม็นรุนแรง” และวิบากกรรมนี้ยังทำให้ “ไม่มีใครเชื่อถือคำพูดของเธอ” แม้เธอจะหวังดีพูดความจริง คนอื่นก็จะตีความหมายผิดและมองว่าเธอกำลังจับผิดหรือนินทา ทำให้เธอต้องมีปัญหากับคนรอบข้างอยู่เสมอ
- อาภัพคู่ครองและครอบครัวแตกแยก: กงกำกงเกวียนแห่งการทำลายครอบครัวผู้อื่น จะย้อนกลับมาทำลายชีวิตคู่ของเธอเอง เธอจะ “อาภัพรักอย่างหนัก” ไม่สามารถหาคู่ครองที่ดีได้ หากมีครอบครัวก็จะเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทะเลาะเบาะแว้ง และจบลงด้วยการ “หย่าร้างและครอบครัวแตกแยก” ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวและขมขื่น สมกับที่เคยทำให้ครอบครัวอื่นพังทลาย
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยเตือนสติว่า “คำพูดเพียงไม่กี่คำ สามารถฆ่าคนทั้งเป็นและทำลายครอบครัวให้ย่อยยับได้” การกุเรื่องหรือพูดส่อเสียดเพื่อให้คนแตกแยกกัน เป็นบาปกรรมที่หนักหนาสาหัส ผู้ที่เคยมีนิสัยชอบนินทา ยุแยงให้คนทะเลาะกัน หรือเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวใครต้องแตกหัก ต้องหยุดพฤติกรรมนี้ทันที สมาทานศีลข้อ 4 อย่างเคร่งครัด ฝึกพูดแต่ “ปิยวาจา” (คำพูดที่ประสานสามัคคีและให้กำลังใจ) และต้องหมั่นเจริญเมตตาภาวนา อุทิศบุญขออโหสิกรรมต่อผู้ที่ตนเคยล่วงเกิน เพื่อหวังให้บุญจากการสร้างความสามัคคีนี้ ไปประสานรอยร้าวในวิบากกรรมของตนเอง
