บทสรุปเรื่องราวกฎแห่งกรรม: กรณีศึกษา วิบากกรรมกลั่นแกล้งและทำร้ายคนอ่อนแอ
กรณีศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ตีแผ่กรรมหนักของการรังแกผู้อื่น การบูลลี่ (Bullying) หรือใช้กำลังทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า คนพิการ หรือผู้ใต้บังคับบัญชา จะส่งผลให้ผู้กระทำเกิดมาเป็นคนอ่อนแอ ขี้โรค และต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกกลั่นแกล้งทารุณในทุกภพชาติ
1. ผู้เสพติดอำนาจบนความกลัวของผู้อื่น
ในอดีตชาติ ชายคนนี้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวยและมีอำนาจ เขามีนิสัยเย่อหยิ่งและชอบข่มเหงรังแกคนที่ด้อยกว่า (Bullying) สมัยเรียนเขามักจะตั้งแก๊ง “กลั่นแกล้ง ไถเงิน และรุมทำร้ายเพื่อนที่อ่อนแอหรือเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย” เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ เมื่อโตขึ้นเป็นหัวหน้างาน เขาก็มักจะใช้กำลังและคำพูดด่าทอเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของลูกจ้างอย่างไร้ความปรานี ยิ่งเห็นเหยื่อหวาดกลัวและร้องไห้ เขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจและมีอำนาจ การเสพติดความรุนแรงและรังแกผู้ที่ไม่มีทางสู้ เป็นการสร้างวิบากกรรมแห่งการเบียดเบียนที่สลักลึกเข้าไปในสันดาน
2. ผลแห่งกรรมที่ตามสนอง
- มหานรกขุมที่ 1 (สัญชีวนรก): ทันทีที่ตาย กายละเอียดถูกดูดลงสู่สัญชีวนรก เขาถูกนายนิรยบาลที่มีร่างกายใหญ่โตกรูเข้ามารุมกระทืบ ใช้กระบองหนามฟาด และทรมานเขาด้วยวิธีการต่างๆ นานา เขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร้องขอความเมตตาแต่ก็ไม่มีใครฟัง ต้องตายและฟื้นขึ้นมาโดนรุมทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับครั้งไม่ถ้วน
- เกิดมาอ่อนแอ ขี้โรค และมีร่างกายไม่สมประกอบ: เมื่อเศษกรรมเบาบางจนได้เกิดเป็นมนุษย์ วิบากกรรมแห่งการเบียดเบียนจะบดขยี้สรีระของเขา เขาจะเกิดมาเป็นคน “รูปร่างแคระแกร็น อ่อนแอ ขี้โรค” หรืออาจมีความพิการแต่กำเนิด ทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะปกป้องตัวเองได้เลย
- ตกเป็นเหยื่อของการถูกบูลลี่และกลั่นแกล้ง: กงกำกงเกวียนจะหมุนกลับมาหาเขา ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน เขาจะกลายเป็น “เป้าหมายของการถูกรังแกและถูกบูลลี่” เสมอ จะโดนเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้ง โดนเพื่อนร่วมงานข่มเหง และต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง หดหู่ และเต็มไปด้วยความบอบช้ำทางจิตใจ
3. วิธีแก้ไขและข้อคิด
หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า “ความเข้มแข็งที่แท้จริง คือการปกป้องผู้อ่อนแอ ไม่ใช่การรังแกผู้ที่ไม่มีทางสู้” การบูลลี่หรือข่มเหงผู้อื่น เป็นพฤติกรรมของคนขลาดที่สร้างตราปาปให้ตนเอง ผู้ที่เคยมีอดีตเป็นคนชอบรังแกเพื่อน บังคับข่มขู่ลูกน้อง หรือทำร้ายคนพิการ ต้องหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นอย่างเด็ดขาด รีบไปขออโหสิกรรมต่อผู้ที่ตนเคยรังแก สมาทานศีลอย่างเคร่งครัด และต้องหมั่นช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส บริจาคทานให้มูลนิธิเด็กกำพร้าหรือคนพิการ เพื่อหวังให้กระแสบุญแห่งความเมตตานี้ ไปลบล้างวิบากกรรมแห่งการเบียดเบียนให้หมดไป
