คำถาม: เราจะใช้ทรัพย์อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด?
มีคำถามส่งเข้ามาว่า: “หลวงพ่อครับ ทรัพย์สินเงินทองที่เราหามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก เราควรบริหารจัดการหรือใช้จ่ายอย่างไร จึงจะคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในชาตินี้และชาติหน้าครับ?”
หลวงพ่อทัตตชีโว ตอบ
ทรัพย์สินเงินทองที่เราหามาได้โดยสุจริต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เราตระหนี่ถี่เหนียวจนไม่กล้าใช้ หรือเป็นทาสของเงินทองครับ แต่ทรงสอนให้เรา “เป็นนายของทรัพย์” และรู้จักจัดสรรปันส่วนทรัพย์นั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรียกว่า โภควิภาค 4 (การแบ่งทรัพย์ 4 ส่วน) ดังนี้ครับ:
ส่วนที่ 1: เลี้ยงตัวเองและครอบครัว (1 ส่วน)
นำทรัพย์นั้นมาดูแลตนเอง พ่อแม่ผู้มีพระคุณ คู่ครอง และบุตรหลาน ให้อยู่ดีมีสุขตามสมควรแก่ฐานะ ซื้ออาหารการกินที่สะอาด ดูแลรักษายามเจ็บป่วย ไม่ให้พวกเขาต้องลำบาก นี่คือการตอบแทนบุญคุณและทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่สมบูรณ์
ส่วนที่ 2-3: ลงทุนประกอบอาชีพ (2 ส่วน)
กันเงินก้อนนี้ไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ หรือใช้สำหรับการศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพของตนเอง เพื่อให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยเพิ่มพูนขึ้น ไม่ให้สายป่านขาดตอน
ส่วนที่ 4: เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน (1 ส่วน)
เก็บออมไว้เป็นเงินสำรอง (ฝากธนาคาร หรือเก็บไว้ในที่ปลอดภัย) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยหนัก อุบัติเหตุ หรือเศรษฐกิจตกต่ำ จะได้ไม่ลำบากไปกู้หนี้ยืมสิน
และอย่าลืม “ฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนา” (อริยทรัพย์)
นอกจากการแบ่ง 4 ส่วนข้างต้นแล้ว สิ่งที่ชาวพุทธขาดไม่ได้คือ การนำทรัพย์บางส่วนมา ทำบุญให้ทาน เพื่อเปลี่ยน “โลกิยทรัพย์” (ทรัพย์ทางโลกที่ตายแล้วเอาไปไม่ได้) ให้กลายเป็น “อริยทรัพย์” (ทรัพย์ทางธรรมที่ติดตามตัวข้ามภพข้ามชาติ) เช่น บริจาคสร้างวัด พิมพ์หนังสือธรรมะ หรือช่วยเหลือสาธารณกุศล
ข้อคิด: เงินทองเป็นเพียง “ของกลาง” ของโลก เราเป็นเพียงผู้ครอบครองชั่วคราว การนำเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวให้อบอุ่น และนำไปทำบุญทำกุศล นั่นแหละครับคือการ “ใช้ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” อย่างแท้จริง
📚 อ้างอิงข้อมูล
พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว) – หลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
