บทนำ: มหาอุปสรรคบนเส้นทางเพศพรหมจรรย์และแรงเหวี่ยงแห่งกรรม
การออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธศาสนา ถือเป็นการยกฐานะจิตใจขึ้นสู่ภูมิธรรมอันประเสริฐ และเป็นการสร้างบารมีขั้นสูงที่มนุษย์กระทำได้ยากยิ่ง ทว่าบนเส้นทางแห่งความบริสุทธิ์นี้ พระภิกษุหลายรูปที่มีจิตใจรักในเพศสมณะอย่างแท้จริง กลับต้องเผชิญกับคลื่นลมมรสุม อุปสรรคทางครอบครัว ความเจ็บป่วย หรือมารผจญ จนจำต้องตัดสินใจ “ลาสิกขาทั้งน้ำตา” ด้วยความอาลัยอาวรณ์ในผ้ากาสาวพัสตร์
พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้เมตตาไขเงื่อนปมลึกซึ้งนี้ในกรณีศึกษา “ลาสิกขาทั้งน้ำตา” ณ โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เพื่อชี้ให้เห็นถึงวิบากกรรมที่เคยขัดขวางการบวชของผู้อื่นในอดีตชาติ และการประคับประคองใจให้มั่นคงในเพศบรรพชิต
เรื่องราวและคำถามจากกรณีศึกษาจริง
เจ้าของกรณีศึกษาได้กราบเรียนถามหลวงพ่อถึงตนเอง ซึ่งได้ตัดสินใจสละความสุขทางโลกเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา มีความตั้งใจจะบวชตลอดชีวิตและรักในการปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง แต่แล้วกลับต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ปัญหาหนี้สินของครอบครัวที่เข้าขั้นวิกฤต และโรคร้ายที่รุมเร้าจนไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ สุดท้ายจำต้องกราบลาสิกขาออกมาด้วยความโศกเศร้าและน้ำตาไหลริน
คำถามสำคัญที่กราบเรียนถามหลวงพ่อมีดังนี้:
- เหตุใดตนเองซึ่งมีจิตรักในเพศบรรพชิตอย่างยิ่ง จึงต้องมีอุปสรรคบีบคั้นให้ต้องลาสิกขาออกมาอย่างเจ็บปวด?
- กรรมใดในอดีตชาติที่เป็นแรงฉุดรั้งและตัดรอนโอกาสในการประพฤติพรหมจรรย์ตลอดรอดฝั่ง?
- จะมีวิธีสั่งสมบุญและตัดกระแสวิบากกรรมนี้อย่างไร เพื่อให้มีโอกาสได้กลับมาบวชสร้างบารมีจนหมดอายุขัยในภพชาติต่อไป?
กฎแห่งกรรมและคำเฉลยจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
หลวงพ่อธัมมชโยได้เมตตาตรวจดูด้วยญาณทัศนะและเฉลยว่า สาเหตุที่มีใจรักการบวช เพราะ มีสายบุญบวชหนาแน่นในอดีตชาติ เคยออกบวชและสั่งสมเนกขัมมบารมีมาหลายภพชาติ แต่สาเหตุที่ต้องลาสิกขาทั้งน้ำตาในชาตินี้ เกิดจาก วิบากกรรมที่เคยไปขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว หรือชวนพระภิกษุให้สึกในอดีตชาติ
ในชาติหนึ่ง เมื่อเห็นญาติมิตร บุตร หรือเพื่อนสนิทออกบวช ตนเกิดความห่วงใยด้วยความยึดติดทางโลก กลัวว่าครอบครัวจะขาดคนดูแล จึงได้ใช้อุบายต่างๆ พูดจาชักชวน อ้างภาระทางโลก หรือสร้างความกังวลใจให้พระภิกษุรูปนั้นจนกระทั่งท่านต้องลาสิกขาออกมา วิบากกรรมที่เคยไปตัดรอนร่มผ้ากาสาวพัสตร์ของผู้อื่น เมื่อตามมาส่งผลในชาตินี้ จึงดลบันดาลให้เกิดเหตุการณ์บีบคั้นในรูปแบบเดียวกัน ทำให้ตนเองต้องหลุดออกจากเพศสมณะอย่างไม่เต็มใจ
หลักธรรมและพุทธพจน์อ้างอิงจากพระไตรปิฎก
ในพระไตรปิฎก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องของอุปสรรคในการบวชและเครื่องกีดขวางจิตใจไว้ใน นิวรณสูตร (อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ 22 ข้อที่ 51) ว่า นิวรณ์ 5 ประการ คือกามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นดุจสนิมเกาะกินใจที่ทำลายความสว่างไสวแห่งปัญญา
นอกจากนี้ พระพุทธองค์ได้ตรัสสรรเสริญการออกบวชใน ปัพพัชชาสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่มที่ 12 ข้อที่ 340) ว่า การบวชเป็นทางปลอดโปร่ง ดุจท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ส่วนชีวิตการครองเรือนเป็นทางคับแคบ เป็นที่มาแห่งธุลีกิเลส
บทสรุปและแนวทางการดำเนินชีวิต
กรณีศึกษานี้เป็นบทเรียนเตือนใจอันทรงคุณค่าว่า “การขัดขวางการทำความดีหรือการบวชของผู้อื่น” เป็นบาปกรรมหนักที่จะย้อนกลับมาขัดขวางเส้นทางบารมีของตนเองในอนาคต
สำหรับผู้ที่จำต้องลาสิกขาออกมา พึงรักษาใจให้ผ่องใส ไม่ซึมเศร้าท้อถอย ให้ทำหน้าที่อุบาสกผู้ค้ำจุนพระศาสนาอย่างเต็มกำลัง สนับสนุนการบวชพระ สนับสนุนสามเณร และหมั่นเจริญสมาธิภาวนาทำจิตให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ตั้งจิตอธิษฐานเชื่อมสายบุญเนกขัมมะ เพื่อให้ผังบวชในอนาคตมั่นคงแข็งแรงตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม
