บทนำ: ความโลภ ลาภยศ และหลุมพรางแห่งการคดโกง
การประกอบธุรกิจและการลงทุนร่วมกันระหว่างหุ้นส่วน ความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญสูงสุด ทว่าในโลกียวิสัย มนุษย์จำนวนไม่น้อยที่พ่ายแพ้ต่อความโลภ ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมาย ช่องโหว่ทางเอกสาร หรือการทรยศหักหลังเพื่อ “ฮุบกิจการ” ยึดครองทรัพย์สินของหุ้นส่วนมาเป็นของตนเอง แม้ในทางโลกอาจมองว่าตนเองฉลาดและร่ำรวยในพริบตา แต่ในบัญชีแห่งกฎแห่งกรรม นี่คือการสร้างมหาบาปอันหนักหน่วง
พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้เมตตาขยายความจริงของวิบากกรรมนี้ผ่านกรณีศึกษา “ฮุบกิจการหุ้นส่วน” ณ โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เพื่อให้สาธุชนได้เห็นถึงมหันตภัยของการผิดศีลข้อ 2 และผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวข้ามภพชาติ
เรื่องราวและคำถามจากกรณีศึกษาจริง
เจ้าของกรณีศึกษาได้กราบเรียนถามหลวงพ่อถึงความทุกข์ใจแสนสาหัส เมื่อตนเองได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนสนิทที่ไว้ใจมายาวนาน แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและทำกำไรมหาศาล หุ้นส่วนกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมปลอมแปลงเอกสาร ยักยอกเงินทุน และบีบให้ตนต้องออกจากบริษัทจนหมดตัวและมีหนี้สินล้นพ้นตัว
คำถามสำคัญที่กราบขอความเมตตาให้หลวงพ่อไขความกระจ่าง:
- เหตุใดตนเองจึงต้องมาถูกเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนหักหลังคดโกงจนสูญสิ้นกิจการในชาตินี้?
- กรรมใดในอดีตชาติระหว่างตนเองกับหุ้นส่วนผู้นี้ที่ผูกพันกันมาจนเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย?
- วิบากกรรมของผู้ที่โกงและฮุบกิจการของผู้อื่นไปอย่างไม่เป็นธรรม จะต้องไปเผชิญกับผลกรรมอย่างไรในปรโลก?
กฎแห่งกรรมและคำเฉลยจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
หลวงพ่อธัมมชโยได้เมตตาตรวจดูด้วยญาณทัศนะและเฉลยว่า สาเหตุที่ผู้ส่งกรณีศึกษาถูกโกงในชาตินี้ เกิดจาก กรรมอทินนาทานในอดีตชาติ ในชาตินั้น ตนเองเคยเป็นฝ่ายใช้เล่ห์เหลี่ยมฮุบกิจการค้าและยึดทรัพย์สินของเพื่อนร่วมหุ้นมาเป็นของตนเอง ทำให้ครอบครัวของเขาต้องตกทุกข์ได้ยาก เมื่อกาลเวลาผ่านไป ข้ามภพข้ามชาติมาบรรจบกัน แรงอาฆาตและหนี้กรรมเก่าจึงดึงดูดให้กลับมาเป็นหุ้นส่วนกันใหม่ และกลายเป็นฝ่ายถูกโกงคืนตามกฎแห่งกรรม
สำหรับฝ่ายหุ้นส่วนที่ทำการโกงในชาตินี้ แม้จะได้ทรัพย์สินไปครอบครองในปัจจุบัน แต่ทันทีที่ละโลก ดวงจิตจะดิ่งลงสู่ มหาอเวจีนรกและมหานรกขุม 2 ต้องทนทุกข์ทรมานถูกนายนิริยบาลใช้อาวุธมีด ดาบ กงจักร ฟันแทงร่างกายจนแหลกเหลว และเมื่อพ้นโทษกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ จะต้องเกิดเป็นคนยากจนเข็ญใจ ทรัพย์สินวิบัติด้วยภัยพิบัติ และถูกผู้อื่นโกงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกหลายร้อยชาติ
หลักธรรมและพุทธพจน์อ้างอิงจากพระไตรปิฎก
ในพระไตรปิฎก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงวิบากแห่งการลักทรัพย์และการคดโกงไว้ใน อทินนาทานสูตร (อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ 23 ข้อที่ 130) ความว่า:
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อทินนาทานอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัย วิบากแห่งอทินนาทานอย่างเบาที่สุด ย่อมยังความพินาศแห่งโภคทรัพย์ให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์…”
นอกจากนี้ ใน โกสิยชาดก (ขุททกนิกาย ชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 ข้อที่ 226) ได้กล่าวถึงโทษของผู้มีจิตคดโกงและตระบัดสัตย์ ที่ไม่อาจหลีกพ้นการชดใช้หนี้เวรข้ามภพชาติได้
บทสรุปและแนวทางการดำเนินชีวิต
กรณีศึกษานี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า “ทรัพย์สินที่ได้มาจากการคดโกงผู้อื่น เปรียบเสมือนก้อนถ่านเพลิงที่เผาผลาญตนเอง” ไม่มีสิ่งใดคุ้มค่ากับการแลกด้วยการตกนรกนับกัป
สำหรับผู้ที่ถูกโกง พึงตัดเวรไม่ผูกพยาบาท ยอมรับว่าเป็นหนี้กรรมเก่าที่ได้รับการชดใช้แล้ว ตั้งหน้าตั้งตาประกอบสัมมาอาชีวะ สั่งสมมหาทานบารมี รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ และฝึกสมาธิภาวนาทำจิตให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เพื่อดึงดูดสมบัติบริสุทธิ์และเปิดทางสว่างให้ชีวิตก้าวข้ามวัฏสงสารอย่างปลอดภัย
