มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี

Date:

Share post:

จิตปราศจากธุลี คืออะไร?

ธุลี แปลว่า ฝุ่นละอองที่ละเอียดมาก ในที่นี้หมายถึง กิเลสอย่างละเอียด ที่เกาะ ซึม แทรก หุ้มใจของเราอย่างซ่อนเร้นบางๆ ทำให้ความผุดผ่อง ความใสสะอาดเสียไป ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นไม่รู้

จิตปราศจากธุลี หมายถึง จิตที่หมดกิเลสแล้วทั้งหยาบทั้งละเอียด อย่างถอนรากถอนโคน ไม่มีทางฟื้นกลับเข้ามาในใจได้อีก ทำให้จิตสะอาด ผ่องใส นุ่มนวล ควรแก่การงาน

จิตเช่นนี้ ได้แก่ จิตของพระอรหันต์

ประเภทของกิเลส

กิเลสในใจคนมีอยู่ 3 ตระกูลใหญ่ คือ ตระกูลราคะ โทสะ โมหะ กิเลสแต่ละตระกูลก็มีหลายระดับ ตั้งแต่หยาบมากๆ เห็นได้ชัดเจนเหมือนขยะมูลฝอย และเล็กลงเหมือนฝุ่นผง จนถึงที่ละเอียดมากๆ เหมือนธุลี บางคนเจอแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเป็นกิเลส มองไม่ออก ดังนี้:

1. ตระกูลราคะ หรือ โลภะ

คือ ความกำหนัดยินดี รัก อยากได้ ในคน สัตว์ สิ่งของ หรืออารมณ์ที่น่าใคร่ มีตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียด:

  • 1.1 อภิชฌาวิสมโลภะ — ความโลภอย่างแรงจนแสดงออก เช่น ปล้นจี้ ลักขโมย
  • 1.2 อภิชฌา — ความเพ่งเล็งทรัพย์ของผู้อื่น จ้องจะเอาของเขา แต่ยังไม่แสดงออก
  • 1.3 โลภะ — ความอยากได้ ความโลภ
  • 1.4 กามราคะ — ความพอใจในกาม รักเพศตรงข้าม ยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์
  • 1.5 รูปราคะ — ความยินดีในอารมณ์ของรูปฌาน
  • 1.6 อรูปราคะ — ความติดใจยินดีในอารมณ์ของอรูปฌาน

ข้อ 1.4–1.6 นี้แหละที่จัดเป็นกิเลสละเอียด เรียกว่า ธุลีในตระกูลราคะ

2. ตระกูลโทสะ

คือ ความไม่ชอบใจ ความคิดร้าย คิดทำลายผู้ที่ทำให้ตนโกรธ มีตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียด:

  • 2.1 พยาบาท — ความผูกอาฆาต จองเวร อยากแก้แค้น ไม่ยอมอภัย
  • 2.2 โทสะ — ความคิดร้าย คิดทำลาย เช่น คิดจะฆ่า เตะ ด่า เผาบ้าน ทำให้อาย ฯลฯ
  • 2.3 โกธะ — ความเดือดดาลใจ คิดโกรธแต่ยังไม่ถึงกับทำร้าย
  • 2.4 ปฏิฆะ — ความขัดใจ ลึกๆ ยังไม่ถึงกับโกรธ แต่ไม่พอใจ

ข้อ 2.4 นี้แหละที่จัดเป็น ธุลี กิเลสละเอียดในตระกูลโทสะ

3. ตระกูลโมหะ

คือ ความหลง อาการที่จิตมืดมน ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักบุญบาป (ไม่รวมความไม่รู้วิชาการทั่วไป):

  • 3.1 มิจฉาทิฏฐิ — ความเห็นผิด เช่น เห็นว่าพ่อแม่ไม่มีพระคุณ บุญบาปไม่มี โลกนี้โลกหน้าไม่มี
  • 3.2 โมหะ — ความหลงผิด ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
  • 3.3 สักกายทิฏฐิ — ความเห็นว่าร่างกายนี้เป็นของเราจริงๆ
  • 3.4 วิจิกิจฉา — ความลังเลสงสัยในการปฏิบัติธรรม
  • 3.5 สีลัพพตปรามาส — ความติดอยู่ในศีลพรตงมงาย เช่น เชื่อหมอดู เชื่อศาลพระภูมิ
  • 3.6 มานะ — ความถือตัว ถือเขาถือเรา
  • 3.7 อุทธัจจะ — ความฟุ้งซ่าน จิตไหวกระเพื่อมเล็กน้อย ยังไม่หยุดนิ่งสนิท
  • 3.8 อวิชชา — ความไม่รู้พระสัทธรรม เช่น ไม่รู้ว่าตัวเรามาจากไหน เกิดมาทำไม ตายแล้วจะไปไหน

ตั้งแต่ข้อ 3.3–3.8 เป็น ธุลี กิเลสอย่างละเอียดในตระกูลโมหะ

โดยสรุป ธุลี หมายถึง…

ธุลี หมายถึง กิเลสอย่างละเอียดทั้ง 3 ตระกูล รวม 10 ประการ ได้แก่:

  • 1. สักกายทิฏฐิ
  • 2. วิจิกิจฉา
  • 3. สีลัพพตปรามาส
  • 4. กามราคะ
  • 5. ปฏิฆะ
  • 6. รูปราคะ
  • 7. อรูปราคะ
  • 8. มานะ
  • 9. อุทธัจจะ
  • 10. อวิชชา

ทั้ง 10 ประการนี้เรียกว่า สังโยชน์ 10

พระโสดาบันจะสามารถละ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ มีความเชื่อมั่นในคุณของพระรัตนตรัยเต็มที่ ไม่มีความลังเลเลย

ส่วนพระสกิทาคามี ก็ละได้ 3 ข้อแรกเช่นเดียวกับพระโสดาบัน แต่กิเลสข้อที่เหลือเบาบางลง

ส่วนพระอนาคามี ละได้เพิ่มอีก 2 ข้อ คือ กามราคะ และ ปฏิฆะ

มีแต่พระอรหันต์เท่านั้นที่ละสังโยชน์ ธุลี กิเลสทั้ง 10 ประการได้อย่างสิ้นเชิง มีจิตผ่องใส บริสุทธิ์ตลอด

ระดับโทษของกิเลสทั้ง 3 ตระกูล

ราคะ — มีโทษน้อย แต่คลายช้า คนจะรักกัน อยู่กันฉันสามีภรรยา ถือว่าไม่ผิดศีลธรรม ขออย่าไปนอกใจหรือไปมีชู้ก็แล้วกัน โทษของราคะไม่ค่อยหนักนัก แต่การจะเลิกนั้นยากมาก คลายช้า คนลองรักกันแค่ไม่เห็นหน้าไม่กี่วันก็ทำท่าจะตายเอาให้ได้ บางทีตายแล้วเกิดใหม่ใจยังผูกพันกันอยู่เลย จะให้เลิกรักเลิกยาก

โทสะ — มีโทษมาก แต่คลายเร็ว เวลาโกรธขัดใจขึ้นมาฆ่ากันได้ บางทีถึงขนาดฆ่าพ่อฆ่าแม่ ทำอนันตริยกรรมก็ยังได้ มีโทษมาก แต่ทว่าคลายเร็ว ถ้าเขามาขอโทษขอโพย เอาอกเอาใจไม่นานก็หาย โทสะคลายเร็วอย่างนี้

โมหะ — มีโทษมากด้วย คลายช้าด้วย ความหลง ความไม่รู้พระสัทธรรมนี้มีโทษมาก ทำให้เราหลงไปทำบาป ตกนรกเสียย่ำแย่ เราต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทนทุกข์กันตลอดมาก็เพราะโมหะนี่เอง และแถมเจ้าโมหะความหลงนี้ยังคลายช้าอีกด้วย คนลงไม่รู้จักบุญจักบาปละก็ กว่าจะแก้ได้ท่านว่าหืดขึ้นคอเลย บางทีก็ต้องรอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อๆ ไปโน้นมาโปรด ยังไม่รู้ว่าจะแก้หายหรือเปล่า

ข้อควรปฏิบัติในการกำจัดกิเลส

เราต้องทราบว่า กิเลสทั้ง 3 ตระกูล นี้ มันฟู มันงอกงามได้ เช่น:

  • คนบางคนเดิมอาจจะเป็นคนไม่โลภอะไร พอใจอยู่กับของของตน แต่ไม่ระวังตัว เผลอไปหน่อยเดียว มีลาภยศมาล่อมากๆ เข้า อาจกลายเป็นคนโลภไปทำบาป ทำชั่วเพราะความอยากได้ก็มี
  • บางคนเดิมอาจเป็นคนใจเย็น แต่ถูกยุถูกแหย่มากๆ เข้ากิเลสก็อาจงอกงาม กลายเป็นคนเจ้าโทสะไปได้เหมือนกัน
  • หรือเดิมก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป เข้าใจธรรมะบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง บุญบาปก็แค่สงสัยว่า มีหรือไม่ แต่ไปคบคนพาลเข้ากลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่เชื่อบุญไม่เชื่อบาป ปฏิเสธนรกสวรรค์ คิดว่าพ่อแม่ไม่มีพระคุณต่อตัวเอง เป็นไปได้เหมือนกัน

เราจึงต้อง ระวังตัวไม่ประมาทในการทำความดี ตั้งใจทำสมาธิภาวนาไปตามลำดับ ไม่ย่อท้อ สักวันหนึ่งก็คงจะทำใจหยุดใจนิ่ง เกิดปัญญา เห็นอริยสัจจ์ ทำนิพพานให้แจ้ง และกำจัดธุลีกิเลสทั้งหลายให้ล่อนหลุดไปจากใจ เป็นพระอรหันต์ เข้าถึงสุขอันเป็นอมตะได้เหมือนกัน

“ผู้ใดกำจัดโลภะได้แล้ว
ไม่โลภในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความโลภ
ความโลภย่อมหมดไปจากใจผู้นั้น
เหมือนหยาดน้ำตกจากใบบัว

ผู้ใดกำจัดโทสะได้แล้ว
ไม่ประทุษร้ายในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความประทุษร้าย
โทสะย่อมหมดไปจากใจผู้นั้น
เหมือนผลตาลสุกหล่นจากขั้ว

ผู้ใดกำจัดโมหะได้แล้ว
ไม่หลงในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง
ผู้นั้นย่อมกำจัดความหลงได้
เหมือนอาทิตย์อุทัย ขจัดความมืดให้หมดไปฉะนั้น”

ขุ. อิติ. 25/268/295–296

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป
volunteers delight
volunteers delighthttps://volunteersdelight.com
ยินดีต้อนรับกัลยาณมิตรทุกท่านสู่ Volunteers Delight ครับ พื้นที่แห่งนี้ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมการสนทนาธรรม แจ้งข่าวสารงานบุญ และประสานงานจิตอาสา หากสมาชิกท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการใช้งานระบบ หรือต้องการตั้งกลุ่มใหม่ สามารถทักทายและสอบถามแอดมินได้ตลอดเวลาครับ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน
spot_img

Related articles

ศีลข้อที่ 5 สุราเมรยมัชชปะมาทัฏฐานา ความหมาย องค์แห่งศีล และอานิสงส์

บทความอธิบายความหมายของศีลข้อที่ 5 สุราเมรยมัชชปะมาทัฏฐานา อย่างละเอียด เจาะลึกองค์แห่งศีลทั้ง 4 ประการ โทษของการเสพสิ่งมึนเมา และอานิสงส์ของการเว้นจากการดื่มสุราเพื่อจิตใจที่ตื่นรู้

ศีลข้อที่ 4 มุสาวาทา และองค์แห่งศีล อย่างละเอียด

ศีลข้อ-4-มุสาวาทา-และองค์แห่งศีล

ศีลข้อที่ 2 อทินนาทานา และองค์แห่งศีล อย่างละเอียด

ศีลข้อ-2-อทินนาทานา-องค์แห่งศีล-อย่างละเอียด