มงคลชีวิต 38 ประการ (ฉบับทางก้าวหน้า)

มงคลที่ 7 : เป็นพหูสูต


แสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางไกลฉันใด
ความเป็นพหูสูตก็เป็นสิ่งจำเป็นในการบุกเบิกสร้างความเจริญให้แก่ชีวิตฉันนั้น


พหูสูต คืออะไร ?

พหูสูต หมายถึง ผู้ที่มีความรอบรู้ หรือพูดสั้นๆ ว่า “ฉลาดรู้”
คือผู้ที่รู้จักเลือกเรียนในสิ่งที่ควรรู้ ได้ศึกษาเล่าเรียนมามาก ได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่านมามาก คุณสมบัติเหล่านี้เป็นต้นทางแห่งปัญญา ทำให้เกิดความรู้สำหรับบริหารงานชีวิต และเป็นกุญแจไขไปสู่ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และทุกสิ่งที่เราปรารถนา


ความแตกต่างระหว่างบัณฑิตกับพหูสูต

  • บัณฑิต คือผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจ มีความประพฤติดี ไม่ว่าจะมีความรู้มากหรือน้อยก็ตาม ย่อมใช้ความรู้นั้นสร้างประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้เต็มที่ เป็นผู้สามารถเอาตัวรอดได้แน่นอน ไม่ตกไปสู่อบายภูมิ

  • พหูสูต คือผู้มีความรู้มาก แต่คุณธรรมความประพฤติยังไม่แน่ว่าจะดี หากใช้ความรู้ไปทำชั่ว เช่น ผลิตยาเสพติด ก็อาจตกนรกได้


ลักษณะความรู้ที่สมบูรณ์ของพหูสูต

  1. รู้ลึก – รู้เรื่องราวสาวไปหาเหตุในอดีตได้ลึกซึ้งถึงความเป็นมา เช่น แพทย์วินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง หรือช่างรู้ทันทีว่าเครื่องยนต์เสียตรงไหน

  2. รู้รอบ – ช่างสังเกต รู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ ผู้คน เหตุการณ์

  3. รู้กว้าง – รู้สิ่งต่างๆ อย่างละเอียด เข้าใจความเกี่ยวพันของสิ่งนั้นกับสิ่งอื่นๆ

  4. รู้ไกล – มองการณ์ไกล รู้ผลที่จะตามมาในอนาคต เช่น รู้ว่าพืชผลจะขาดแคลน หรือรู้ว่าตนจะเสื่อมจากธรรมถ้าไม่เร่งปฏิบัติ

ผู้ที่มีความรู้ครบ 4 ประการ ทั้งทางโลกและทางธรรมจึงเป็นพหูสูตแท้จริง


คุณสมบัติของพหูสูต หรือนักศึกษาที่ดี

  1. พหุสสุตา – อ่านมาก ฟังมาก ชอบค้นคว้า “เรียนจากครู ดูจากตำรับ สดับปาฐะ”

  2. ธตา – จำได้แม่นยำ จับหลักสำคัญได้ดี ความจำดีเกิดจากการเลิกสุรา เลิกพูดปด ฝึกท่องและจดบ่อยๆ

  3. วจสา ปริจิตา – ท่องได้คล่องปาก โดยเฉพาะธรรมะ ควรท่องให้ขึ้นใจ

  4. มนสานุเปกตา – ใส่ใจตรึกตรอง สาวเหตุผลเข้าใจชัดเจน

  5. ทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา – แทงตลอดด้วยปัญญา เข้าใจทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เกิดจากการฝึกสมาธิจนใจสว่างไสว


ลักษณะผู้ที่เป็นพหูสูตไม่ได้ดี

  1. คนราคจริต – ขี้โอ่ รักสวยรักงามเกินเหตุ แก้โดยพิจารณาความตาย อสุภะ

  2. คนโทสจริต – ขี้โมโห ฉุนเฉียว ผูกพยาบาท แก้โดยรักษาศีลและแผ่เมตตา

  3. คนโมหจริต – สะเพร่า ขี้ลืม ใจแข็งกระด้าง สงสัยธรรม แก้โดยฝึกสมาธิสม่ำเสมอ

  4. คนขี้ขลาด – ขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าทำสิ่งใหม่ แก้โดยคบบัณฑิต

  5. คนหนักในอามิส – เห็นแก่ทรัพย์มากกว่าความรู้ ไม่ขวนขวายหาความรู้

  6. คนจับจด – ทำงานไม่จริงจัง

  7. นักเลงสุรา – ขี้เมา ขาดสติ

  8. คนที่นิสัยเหมือนเด็ก – สนุกสนานเกินเหตุ ขาดความรับผิดชอบ


วิธีฝึกตนให้เป็นพหูสูต

  1. ฉลาดเลือกเรียนแต่สิ่งที่ควร

  2. ตั้งใจเรียนวิชาที่เลือกแล้วอย่างเต็มความสามารถ

  3. มีความกระตือรือร้นศึกษาความรู้อยู่เสมอ

  4. ศึกษาธรรมควบคู่ไปกับโลกีย์วิชา

  5. จำให้แม่น พร้อมนำไปใช้ได้ทันที


ข้อเตือนใจ

  • หากมีความรู้ทางโลกอย่างเดียว ย่อมพลาดพลั้งได้ง่าย เช่น ใช้ปรมาณูสร้างพลังงานหรือระเบิด

  • จึงต้องศึกษาธรรมเพื่อกำกับความรู้ทางโลก

  • ความรู้ทางธรรมเปรียบเสมือนประทีปส่องทาง

  • ความรู้ที่เกิดแก่คนพาล ย่อมนำหายนะ เพราะใช้ไปในทางที่ผิด

ดังนั้น ควรแสวงหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม รู้ลึกซึ้งเกินกว่าหน้าที่ตน ความรู้ส่วนเกินนี้จะเป็นดวงประทีปนำความสำเร็จ


อานิสงส์การเป็นพหูสูต

  1. เป็นที่พึ่งของตนเองได้

  2. ได้ความเป็นผู้นำ

  3. กล้าหาญองอาจในทุกที่

  4. บริบูรณ์ด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

  5. ได้รับคำชมเชย ยกย่อง เกรงใจ

  6. ปัญญาติดตัวข้ามภพชาติ ไม่มีใครแย่งได้

  7. เป็นพื้นฐานของศิลปะและความสามารถอื่นๆ

  8. บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย


พระพุทธพจน์

“ถ้าบุคคลมีสุตะมาก ตั้งมั่นอยู่ในศีล บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาโดยส่วนสอง คือทั้งโดยศีล ทั้งโดยสุตะ ใครเล่าจะติเตียนบุคคลผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม มีปัญญา เป็นพุทธสาวก ผู้เป็นประดุจแท่งทองชมพูนุทนั้นได้ แม้เหล่าเทพเจ้าก็ย่อมชมเชย ถึงพรหมก็สรรเสริญ”
(องฺ. จตุกฺก. 21/6/9)


📖 จาก หนังสือมงคลชีวิต 38 ประการ ฉบับทางก้าวหน้า

Google search engine

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่