การฝึกสมาธิไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำให้ใจหยุดคิดได้ทันที เพราะธรรมชาติของใจย่อมมีความคิด ความรู้สึก และสิ่งต่าง ๆ ผ่านเข้ามาอยู่เสมอ สิ่งสำคัญคือเมื่อรู้ว่าใจฟุ้งซ่านแล้ว เราจะกลับมาอย่างไรโดยไม่เพิ่มความกดดันให้ตัวเอง
เมื่อรู้ว่าใจฟุ้งซ่าน ไม่ต้องตำหนิตัวเอง
ความฟุ้งซ่านเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ระหว่างการฝึก เมื่อรู้ตัวก็เพียงรับรู้ แล้วค่อย ๆ กลับมาสู่สิ่งที่ใช้เป็นเครื่องระลึก โดยไม่ต้องหงุดหงิดกับความคิดที่ผ่านมา การกลับมาแต่ละครั้งคือการฝึกสติและความคุ้นเคยกับความสงบ
ความสบายสำคัญกว่าการบังคับ
ถ้าเราพยายามมากเกินไป ใจอาจยิ่งตึง การฝึกจึงควรเริ่มจากท่าทีที่ผ่อนคลาย นั่งให้สบาย หายใจตามธรรมชาติ และปล่อยให้ใจค่อย ๆ ลดความสนใจจากเรื่องภายนอก เมื่อไม่บังคับ ใจมีโอกาสรวมตัวได้ง่ายขึ้น
กลับมาอย่างอ่อนโยน
เมื่อใจเผลอคิดเรื่องอื่น ไม่จำเป็นต้องรีบไล่ความคิดออก เพียงรู้ว่าเผลอแล้วกลับมาฝึกใหม่อย่างอ่อนโยน ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ การกลับมานี้สำคัญกว่าการพยายามไม่ให้ใจหลุดตั้งแต่แรก
ข้อคิดสำหรับการฝึก
- รู้ตัวเมื่อใจฟุ้งซ่านโดยไม่ตำหนิตัวเอง
- ผ่อนคลายร่างกายและใจ ไม่สร้างแรงกดดัน
- กลับมาสู่การฝึกอย่างสม่ำเสมอ
- ให้เวลาแก่ใจในการสร้างความคุ้นเคยกับความสงบ
การฝึกที่ดีไม่ใช่การชนะใจด้วยการบังคับ แต่คือการเรียนรู้ที่จะกลับมาอยู่กับความสงบครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อทำด้วยความสบายและความสม่ำเสมอ ใจจะค่อย ๆ รู้จักทางกลับสู่ความนิ่งได้ด้วยตัวเอง
