ง่ายแต่ลึก 1 |EP.1| ประสบการณ์หนึ่งนาทีที่ใจหยุดนิ่ง

Date:

Share post:

ทำไมแค่หยุดนิ่งหนึ่งนาที ถึงมีคุณค่ามหาศาล

หลายคนคิดว่าการนั่งสมาธิเป็นเรื่องยาก ต้องนั่งนาน ต้องนั่งให้ได้ชั่วโมงสองชั่วโมง ต้องนั่งให้จิตสงบจนกว่าจะเจออะไรบางอย่าง แต่หลวงพ่อธัมมชโยกลับสอนว่า แค่หยุดนิ่งแม้เพียงนาทีเดียวก็คุ้มค่าแล้ว สำหรับการเริ่มต้น เพราะมันจะทำให้เราได้รู้จักกับประสบการณ์ภายในว่า ใจหยุดนิ่งเป็นอย่างไร

หลวงพ่อธัมมชโยเริ่มต้นการสอนสมาธิภาวนาว่า หลังจากสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากัน หลับบ้าง ตื่นบ้าง ฟุ้งบ้างก็ช่างมัน ให้สม่ำเสมอ ฝึกไปเรื่อยๆ ประกอบความเพียรไป โดยไม่ให้มีอะไรมาเป็นข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข เดี๋ยวใจก็จะคุ้นเคยกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ คุ้นเคยกับกลางท้อง คุ้นเคยกับการหยุดนิ่ง

ประสบการณ์หนึ่งนาทีที่ใจหยุดนิ่ง เปลี่ยนชีวิตได้อย่างไร

  • ความแตกต่างระหว่างใจไม่หยุดกับใจหยุดนิ่ง: หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า หยุดนิ่งแม้เพียงนาทีเดียวก็คุ้มแล้ว สำหรับการเริ่มต้น สักนาทีหนึ่ง แวบหนึ่ง ให้เราได้รู้จักกับประสบการณ์ภายในว่า ใจหยุดนิ่งเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะเริ่มรู้สึกชอบ เกิดความพึงพอใจ เพราะหยุดนิ่งแค่นาทีเดียวเท่านั้น ความรู้สึกมันจะแตกต่างจากใจไม่หยุดราวฟ้ากับดินเลย เพราะกายมันจะเบา ใจจะเบาสบาย ตัวขยาย แล้วมันจะเบิกบาน แค่นาทีเดียวและเป็นครั้งแรก เราจะลืมไม่ลงเลย
  • แสงสว่างแห่งความบริสุทธิ์ของจิต: ถ้านาทีนั้นหยุดนิ่งได้สมบูรณ์แล้วมันสว่าง แสงสว่างแห่งความบริสุทธิ์ของดวงจิตที่สงัดจากกาม จากบาปอกุศลธรรม จากนิวรณ์ทั้ง ๕ สว่างแค่แวบเดียว นาทีเดียว บุญที่เกิดขึ้นจากความสว่างนั้นมันมากกว่าบุญที่เราเอาทรัพย์ไปสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร ศาลาการเปรียญ สร้างวัดวาอาราม ซึ่งจะต้องใช้ทรัพย์มาก แต่มันเป็นบุญคนละประเภทกันนะ แต่ได้มากกว่า เพราะว่าเป็นต้นทางไปสู่พระนิพพาน
  • นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ: ประสบการณ์ ๑ นาทีนี้ หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกคนได้รู้จัก ได้พบ และจะเข้าใจกับคำว่า “นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ” เพราะความสุขอย่างอื่นสู้กันไม่ได้เลยกับใจที่หยุดนิ่ง เพราะเป็นความสุขแบบพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หรือพูดง่ายๆ ว่า จะหาความสุขชนิดนี้ไม่ได้จากการที่มีความสมบูรณ์พร้อมทางด้านวัตถุ สมบูรณ์ด้วยลาภยศสรรเสริญ มันเป็นความสุขที่ไม่ทราบว่าจะใช้คำใดมาพูดพรรณนาให้เข้าใจได้ เพราะภาษาของมนุษย์มันมีจำกัด ดังนั้นจะเข้าใจตรงนี้ได้ ต่อเมื่อเรามีประสบการณ์ภายใน แค่เพียง ๑ นาทีนั้นน่ะ
  • แรงจูงใจจากความสำเร็จจริง: จาก ๑ นาทีนั้น มันก็จะเป็นแรงจูงใจให้เราอยากจะนั่งต่อไป ซึ่งแต่เดิมเราพยายามที่จะนั่ง ต้องฝืน ต้องพยายาม ต้องอดทน เพราะเรารู้ว่ามันดี อย่างน้อยก็ได้บุญทำให้จิตใจสงบ หรือเป็นอุปนิสัยของมรรคผลนิพพาน แต่พอหยุดได้จริงๆ แล้ว มันอยากนั่งเอง มันอยากได้อารมณ์นั้นอีก แล้วก็อยากให้อารมณ์นั้นยาวนาน ซึ่งก็จะทำให้เราขยันหรือสมัครใจนั่ง นั่งอย่างมีความสุข สนุกสนานแบบบุญบันเทิงทีเดียว
  • ถูกหลักวิชชาและความเพียร: เพราะฉะนั้นการทำถูกหลักวิชชาและต่อเนื่องด้วยความเพียรมีความสำคัญ ดังนั้นเราก็ต้องหมั่นทบทวนนะลูกนะ ที่เราฝึกอยู่ทุกวันว่า มันถูกต้องไหม ถูกหลักวิชชาไหม ตั้งแต่การวางใจว่ามีความสมัครใจอยากเห็นไหม มีสติ มีความสบายไหม และสม่ำเสมอต่อเนื่องที่เรียกว่า สัมปชัญญะ หรือเปล่า ก็ให้หมั่นสังเกตดู แล้วก็ปรับไปเรื่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกไปปรับไป
  • ทำทุกที่ทุกเวลา: ใจนี่มันต้องปรับกันทุกรอบที่เรานั่ง และยิ่งถ้าเราเพิ่มชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางในอิริยาบถอื่นที่นอกเหนือจากช่วงเวลาที่เรานั่ง ไม่ว่าจะเป็นการยืน การเดิน การนอน การวิ่งเอ็กเซอร์ไซส์ หรือทำภารกิจอะไรก็ตาม เราเพิ่มการฝึกหยุดนิ่งไปด้วยก็จะทำให้เราคุ้นเคยกับศูนย์กลางกายมากขึ้น แม้แต่ในห้องน้ำ ห้องส้วม กำลังจะขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ก็ทำได้ ไม่บาป แถมได้บุญด้วย เพราะว่าเป็นทางมาแห่งกุศล
  • หัดตรึกอย่างเบาสบาย: หัดหมั่นตรึก “ตรึก” ก็คือการแตะใจไว้กลางกายอย่างเบาๆ สบาย ไม่ได้แปลว่ากดใจหรือเน้น คือแค่ทำนิ่งๆ ที่กลางกาย แต่ไม่ใช่ว่าเน้นหนัก แต่ว่านิ่งแน่น นิ่งเฉยๆ ตรึกไปเรื่อยๆ
  • เวลาลืมตา: แต่เวลาลืมตานี่อยากแนะนำว่า ให้นึกเป็นภาพเอาไว้ จะเป็นดวงใส องค์พระใสๆ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ของเรา อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพราะว่าเราลืมตาดูวัตถุภายนอก มันก็ต้องมีภาพภายในที่จะให้เรานึกถึง ไว้เป็นที่ยึดที่เกาะของใจ
  • ฝึกเหมือนลมหายใจ: ฝึกกันไปเรื่อยๆ ควบคู่กับภารกิจประจำวัน ให้ภารกิจกับจิตใจไปด้วยกัน เหมือนเราหายใจเข้าออกควบคู่กันไปกับภารกิจในชีวิตประจำวันอย่างนั้น เมื่อเราไม่อาจขาดลมหายใจได้ เราก็ไม่ควรขาดการฝึกอย่างนี้คู่กันไป ฝึกไปบ่อยๆ สิ่งที่ยากมันก็จะค่อยๆ ง่ายขึ้นในภายหลัง ที่เคยมืดมันก็จะค่อยๆ มีแสงสว่างเรืองรองขึ้นไปเรื่อยๆ

เท่ากับเราไม่ปล่อยเวลาให้ว่างเปล่า เพราะเวลาในเมืองมนุษย์มีคุณค่ามาก เรามีเวลาอย่างจำกัดในโลกมนุษย์ และยิ่งช่วงระยะเวลาแห่งความแข็งแรงสดชื่นของร่างกายก็ยิ่งมีจำกัดใหญ่ เราจึงควรทำตลอดเวลาทุกหนทุกแห่งทุกสถานที่ ฝึกกันไปเรื่อยๆ ควบคู่กับภารกิจประจำวัน ให้ภารกิจกับจิตใจไปด้วยกัน เหมือนเราหายใจเข้าออกควบคู่กันไปกับภารกิจในชีวิตประจำวันอย่างนั้น เมื่อเราไม่อาจขาดลมหายใจได้ เราก็ไม่ควรขาดการฝึกอย่างนี้คู่กันไป

บทความอื่นในชุด ง่ายแต่ลึก:

บทความนี้เรียบเรียงจากคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโย ในรายการ “ง่ายแต่ลึก” ตอนที่ ๑ “ประสบการณ์ ๑ นาที ที่ใจหยุดนิ่ง” ออกอากาศวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗

spot_imgspot_img

Related articles

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.2| มองผ่าน ๆ

เรียนรู้วิธีวางใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายด้วยการมองผ่าน ๆ อย่าจ้อง อย่ากดลูกนัยน์ตา ให้มองด้วยสำนึกละเอียดลึก ๆ ใจก็จะหยุดนิ่งได้เอง หลวงพ่อธัมมชโย

อานิสงส์แห่งการอนุโมทนาบุญ (ปัตตานุโมทนามัย): แค่พลอยยินดี จิตก็ได้รับมงคลชีวิตใหญ่

เคยรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจไหมเมื่อเห็นคนอื่นทำความดี? ในทางพุทธศาสนา นั่นคือ **ปัตตานุโมทนามัย** — บุญที่เกิดจากการพลอยยินดีในความดีของ...

๑๐ วิธีทำบุญใหญ่ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว (บุญกิริยาวัตถุ ๑๐)

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า “การทำบุญต้องใช้เงิน” แต่ในความเป็นจริง พุทธศาสนาสอนเรื่อง **บุญกิริยาวัตถุ ๑๐** ซึ่งขอบเขตของบุญกุศล...

สัมมาวาจา ๕ ประการ: พูดอย่างไรให้เกิดเมตตา เป็นมงคล และสร้างบุญกุศลใหญ่

วาจามีอานุภาพในการเยียวยาหรือทำลาย ในการสมานแผลใจหรือสร้างความขัดแย้ง พระพุทธองค์ทรงตรัสสอน “สัมมาวาจา” (วาจาชอบ) ในองค์แห่งอริ...