ง่ายแต่ลึก 1 |EP.2| มองผ่าน ๆ

Date:

Share post:

มองผ่าน ๆ : ศิลปะการวางใจโดยไม่ต้องจ้อง ไม่ต้องกด

การนำใจมาหยุดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ทำให้ยากสำหรับหลายคน เพราะใจของเราเคยชินกับการไหลออกไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย คิดเรื่อยเปื่อย ยิ่งผู้ใหญ่ถูกโลกหล่อหลอมนานวันเข้าก็ยิ่งใจหมอง เครียด และยากที่จะวางใจลงนิ่ง ๆ หลวงพ่อธัมมชโยจึงสอนวิธีง่าย ๆ ว่า อย่าจ้อง อย่ากดลูกนัยน์ตา ให้มองผ่าน ๆ ด้วยสำนึกละเอียดลึก ๆ เพียงเท่านี้ใจก็จะค่อย ๆ หยุดนิ่งได้เอง

มองผ่าน ๆ คือวิธีวางใจให้หยุดนิ่งโดยไม่ต้องใช้กำลัง

  • ยากตอนแรก ยากสำหรับผู้ใหญ่ ง่ายสำหรับเด็ก: ใจของเราไม่คุ้นเคยกับการเอามาอยู่ที่ฐานที่ ๗ เพราะใจมีแต่ออกไปทางลูกนัยน์ตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย นึกคิดเรื่อยเปื่อย แต่เด็กนั้นระบบประสาททั้งกายวาจาใจยังบริสุทธิ์ ยังไม่ถูกหล่อหลอมด้วยระบบความคิด ใจจึงหยุดนิ่งได้ง่าย นั่งนิ่งได้นานทีเดียว ส่วนผู้ใหญ่ถูกโลกหล่อหลอม ยิ่งโตนานวันเข้าก็ยิ่งหมองและเครียด แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถทำได้ อย่าเพิ่งไปท้อกันเสียก่อน
  • อย่ากดลูกนัยน์ตา อย่าโฟกัสลงไปที่ศูนย์กลางกาย: วิธีที่ไม่ถูกคือพยายามโฟกัส กดลูกนัยน์ตาลงไปดูที่ศูนย์กลางกาย ยิ่งกดยิ่งเครียด ยิ่งเพ่งคิ้วก็จะขมวดเข้าหากัน แล้วก็เหนื่อย ไม่ได้ผล เพราะจิตยังหยาบ จริง ๆ แล้วเราไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร
  • มองเหมือนไม่ได้มอง มองด้วยสำนึกลึก ๆ: เหมือนเราเดินไป ทั้ง ๆ ที่ลูกนัยน์ตาอยู่ในองศาที่มองไปข้างหน้า ดูคน ดูแผ่นป้าย ดูรถรา แต่เราก็รู้ว่าข้าง ๆ มีคนอยู่ ทั้ง ๆ ที่เรามองเหมือนไม่ได้มอง ก็ยังมองอยู่ แต่มองด้วยสำนึกลึก ๆ มองผ่าน ๆ อย่างนั้น เวลาหลับตาก็เช่นกัน อย่ากดลูกนัยน์ตา ให้ลูกนัยน์ตาอยู่ที่เดิม ในระดับที่เหมือนเรามองไปข้างหน้า แต่ปิดเปลือกตา แล้วทำความรู้สึกของใจด้วยสำนึกที่ละเอียดอ่อน มองเหมือนไม่ได้มอง แต่ว่าไม่ได้มองก็เหมือนมอง
  • คล้ายเพชรใสที่มีคุณค่ามหาศาล: ให้ทำความสำนึกอย่างละเอียดลึก ๆ ที่แผ่วเบา นึกถึงเพชรเม็ดใสที่มีมูลค่ามหาศาล จนไม่กล้าที่จะไปแตะต้อง จึงทำได้เพียงมองผ่าน ๆ วางความรู้สึกเป็นสำนึกแผ่วเบาไว้ตรงกลางเพชรใส แตะแผ่ว ๆ มองผ่าน ๆ ด้วยสำนึกละเอียดลึก ๆ ที่เบา ๆ สบาย ๆ คล้ายธุลีประดุจละอองดาวพวยพุ่งมาที่ศูนย์กลางกายเป็นประกายระยิบระยับ
  • ถ้าจะภาวนาก็ให้ละเอียดอ่อน ไม่ต้องใช้กำลัง: ถ้าใช้กำลังเรียกว่า “ท่อง” ให้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” ที่ละเอียดอ่อน คล้ายเสียงเพลงที่เราชอบ หรือบทสวดมนต์ที่ท่องคล่องปากขึ้นใจ ดังขึ้นมาในใจ ใช้ให้เป็น อย่างนี้ถึงจะถูกหลักวิชชา
  • หมั่นฝึกทุกอิริยาบถ ปรับปรุงทุกครั้ง: นั่งฝึก ยืนฝึก เดินฝึก นอนฝึก ทำภารกิจอะไรก็ฝึกไปเรื่อย ๆ เพราะไม่มีทางลัดอื่นใดที่จะเข้าถึงจุดที่หยุดนิ่งได้นอกจากความพยายาม แล้วหมั่นสังเกต ปรับปรุง ปรับใจเราทุกรอบ ทุกครั้ง ทุกวัน ถ้าเรามีฉันทะขนาดหลงใหล ต้องเอาให้ได้ อย่างนี้เราจะสมหวัง สักวันหนึ่งเราก็จะฝึกได้ ทำได้
  • วางใจที่ฐานอื่นก่อนก็ได้: ถ้ายังวางใจที่ฐานที่ ๗ ไม่ได้ จะเริ่มจากฐานอื่นก่อนก็ได้ ตรงไหนก็ได้ที่เรามีความรู้สึกพึงพอใจ ชอบ สบายใจ จะนึกว่าตัวเราอยู่ในศูนย์กลางกายที่ขยายไปแล้วเต็มห้อง หรือสุดขอบฟ้าก็ได้ แล้วใจก็นิ่งสบาย ๆ จะมีแสงแวบไปแวบมา เป็นดวงก็มี ข้างหน้า ข้างหลัง ซ้าย ขวา ล่าง บน ก็ให้เฉยไว้ เล่นตัวไว้เรื่อย ๆ อย่าไปสนใจ ทั้ง ๆ ที่อยากมองใจจะขาด ถ้าเราจ้องก็จะหาย เพราะฉะนั้นนิ่งอย่างเดียว พอถูกส่วนเดี๋ยวจะมาอยู่ ณ ที่เราพึงพอใจเอง แล้วจึงน้อมเข้ามาที่ฐานที่ ๗
  • นึกถึงสิ่งที่คุ้นเคย: ถ้านึกดวงแก้วไม่ออก องค์พระก็ไม่ได้ ก็ให้ระลึกถึงหลวงปู่ฯ บ้าง คุณยายอาจารย์ฯ บ้าง หรือจะนึกถึงสิ่งที่คุ้นเคยก่อนก็ได้ จะเป็นเพชรนิลจินดา ผลหมากรากไม้ อะไรได้ทั้งนั้น แต่ต้องเป็นวัตถุสิ่งของที่นึกแล้วสบายใจ ใจสูงส่งบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น พอใจมันนิ่ง ใจมันสบายแล้ว เดี๋ยวก็มาเอง จากฟุ้งมากจะมาฟุ้งน้อย จากฟุ้งน้อยก็มาไม่ฟุ้ง จากมืดก็มาสว่าง ไปตามขั้นตอน
  • ฟุ้งก็ช่างมัน: ใครที่นั่งแล้วยังฟุ้งอยู่ ก็ช่างมันนะ เป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นมนุษย์ธรรมดา ความคิดอะไรที่วนอยู่ในใจเรามากก็ฟุ้งมาก น้อยก็ฟุ้งน้อย “ช่างมัน” สองคำนี้ แล้วก็นั่งเฉย ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ช้ามันจะฟุ้งในระดับที่เราไม่รำคาญ ทั้ง ๆ ที่ฟุ้งเท่าเดิม แต่เราไม่รำคาญ นั่นเราเป็นต่อแล้ว และพอนั่งครั้งถัด ๆ มา รู้สึกว่าเริ่มโล่ง เริ่มโปร่ง เริ่มสบาย เริ่มรู้สึกตัวขยาย หรือรู้สึกตัวหาย หรือเวลามันหมดเร็วเหลือเกิน นั่นก็เป็นมิเตอร์วัดว่าใจเริ่มรวมเป็นสมาธิแล้ว เรียกว่า “ขณิกสมาธิ” ยังเป็นสมาธิอ่อน ๆ อยู่ เราก็ฝึกไปเรื่อย ๆ
  • วินาทีเพชร วินาทีพลอยจะต้องมาถึง: อย่าคิดเลยเถิดวิตกกังวลว่า กว่าจะเห็นคงตายมั้ง ชาติหน้ามั้ง มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก มันจะเร็ว ๆ นี้ จุดที่จะถึงใช้เวลาแค่วินาทีเท่านั้น ถ้าใจหยุดนิ่ง ๆ ได้ และตั้งใจทำความเพียรอย่างจริงจัง หมั่นปรับปรุงให้ถูกหลักวิชชา วินาทีเพชรวินาทีพลอยนั้นจะต้องมาถึงเราอย่างแน่นอน อาจจะคืนนี้ก็ได้ อาจจะพรุ่งนี้ก็ได้ ให้นั่งให้สบายใจ เบิกบาน แช่มชื่น ใครเหนื่อย ใครเพลีย ใครตึง ก็ปล่อยให้หลับที่กลางกาย กลางอู่แห่งทะเลบุญ ใครเมื่อยก็ขยับ ฟุ้งก็ลืมตา แล้วก็ว่ากันใหม่

หลวงพ่อเชื่อว่า ลูกหลวงพ่อทุกคน นักเรียนอนุบาลฝันในฝันทุกท่านทั่วโลกทำได้ ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ และทำตามที่แนะนำอย่างนี้ เดี๋ยวเราจะสมหวัง

บทความอื่นในชุด ง่ายแต่ลึก:

บทความนี้เรียบเรียงจากคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโย ในรายการ “ง่ายแต่ลึก” ตอนที่ ๒ “มองผ่าน ๆ” (จากพระธรรมเทศนาเมื่อวันพุธที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕)

spot_imgspot_img

Related articles

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.4| นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล

นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล : ย้อนกลับมาปรับวิธีให้ถูกต้อง หลายคนนั่งสมาธิมาอย่างตั้งใจและยาวนาน แต่กลับยังไม่ได้ผลสักที หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า เมื่อเรานั่งตั้งนานแล้วยังไม่ได้ผล ต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ และปรับปรุงแก้ไขวิธีการให้ถูกต้อง เพราะถ้าทำถูกวิธีแล้วมันง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำมาตั้งนานแต่ยังไม่ได้ผล หรือเพิ่งมาใหม่ ก็จะได้ฝึกกันไปพร้อม ๆ กัน มาปรับปรุงแก้ไขวิธีการตรงนี้ นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล : เริ่มต้นใหม่จากการผ่อนคลายและวางใจให้ถูกต้อง เริ่มต้นอย่างง่าย ๆ...

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.3| เราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล / 4 ส.สำเร็จ

วิธีวางใจเบา ๆ เหมือนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และหลัก ๔ ส. สำเร็จ คือ สติ สบาย สมำ่เสมอ สังเกต กุญแจนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม จากคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโย

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.1| ประสบการณ์หนึ่งนาทีที่ใจหยุดนิ่ง

เรียนรู้ว่าทำไมแค่หยุดนิ่งเพียง 1 นาทีในการทำสมาธิ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า หยุดนิ่งแค่นาทีเดียวก็คุ้มค่าแล้ว

อานิสงส์แห่งการอนุโมทนาบุญ (ปัตตานุโมทนามัย): แค่พลอยยินดี จิตก็ได้รับมงคลชีวิตใหญ่

เคยรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจไหมเมื่อเห็นคนอื่นทำความดี? ในทางพุทธศาสนา นั่นคือ **ปัตตานุโมทนามัย** — บุญที่เกิดจากการพลอยยินดีในความดีของ...