มองผ่าน ๆ : ศิลปะการวางใจโดยไม่ต้องจ้อง ไม่ต้องกด
การนำใจมาหยุดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ทำให้ยากสำหรับหลายคน เพราะใจของเราเคยชินกับการไหลออกไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย คิดเรื่อยเปื่อย ยิ่งผู้ใหญ่ถูกโลกหล่อหลอมนานวันเข้าก็ยิ่งใจหมอง เครียด และยากที่จะวางใจลงนิ่ง ๆ หลวงพ่อธัมมชโยจึงสอนวิธีง่าย ๆ ว่า อย่าจ้อง อย่ากดลูกนัยน์ตา ให้มองผ่าน ๆ ด้วยสำนึกละเอียดลึก ๆ เพียงเท่านี้ใจก็จะค่อย ๆ หยุดนิ่งได้เอง
มองผ่าน ๆ คือวิธีวางใจให้หยุดนิ่งโดยไม่ต้องใช้กำลัง
- ยากตอนแรก ยากสำหรับผู้ใหญ่ ง่ายสำหรับเด็ก: ใจของเราไม่คุ้นเคยกับการเอามาอยู่ที่ฐานที่ ๗ เพราะใจมีแต่ออกไปทางลูกนัยน์ตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย นึกคิดเรื่อยเปื่อย แต่เด็กนั้นระบบประสาททั้งกายวาจาใจยังบริสุทธิ์ ยังไม่ถูกหล่อหลอมด้วยระบบความคิด ใจจึงหยุดนิ่งได้ง่าย นั่งนิ่งได้นานทีเดียว ส่วนผู้ใหญ่ถูกโลกหล่อหลอม ยิ่งโตนานวันเข้าก็ยิ่งหมองและเครียด แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถทำได้ อย่าเพิ่งไปท้อกันเสียก่อน
- อย่ากดลูกนัยน์ตา อย่าโฟกัสลงไปที่ศูนย์กลางกาย: วิธีที่ไม่ถูกคือพยายามโฟกัส กดลูกนัยน์ตาลงไปดูที่ศูนย์กลางกาย ยิ่งกดยิ่งเครียด ยิ่งเพ่งคิ้วก็จะขมวดเข้าหากัน แล้วก็เหนื่อย ไม่ได้ผล เพราะจิตยังหยาบ จริง ๆ แล้วเราไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร
- มองเหมือนไม่ได้มอง มองด้วยสำนึกลึก ๆ: เหมือนเราเดินไป ทั้ง ๆ ที่ลูกนัยน์ตาอยู่ในองศาที่มองไปข้างหน้า ดูคน ดูแผ่นป้าย ดูรถรา แต่เราก็รู้ว่าข้าง ๆ มีคนอยู่ ทั้ง ๆ ที่เรามองเหมือนไม่ได้มอง ก็ยังมองอยู่ แต่มองด้วยสำนึกลึก ๆ มองผ่าน ๆ อย่างนั้น เวลาหลับตาก็เช่นกัน อย่ากดลูกนัยน์ตา ให้ลูกนัยน์ตาอยู่ที่เดิม ในระดับที่เหมือนเรามองไปข้างหน้า แต่ปิดเปลือกตา แล้วทำความรู้สึกของใจด้วยสำนึกที่ละเอียดอ่อน มองเหมือนไม่ได้มอง แต่ว่าไม่ได้มองก็เหมือนมอง
- คล้ายเพชรใสที่มีคุณค่ามหาศาล: ให้ทำความสำนึกอย่างละเอียดลึก ๆ ที่แผ่วเบา นึกถึงเพชรเม็ดใสที่มีมูลค่ามหาศาล จนไม่กล้าที่จะไปแตะต้อง จึงทำได้เพียงมองผ่าน ๆ วางความรู้สึกเป็นสำนึกแผ่วเบาไว้ตรงกลางเพชรใส แตะแผ่ว ๆ มองผ่าน ๆ ด้วยสำนึกละเอียดลึก ๆ ที่เบา ๆ สบาย ๆ คล้ายธุลีประดุจละอองดาวพวยพุ่งมาที่ศูนย์กลางกายเป็นประกายระยิบระยับ
- ถ้าจะภาวนาก็ให้ละเอียดอ่อน ไม่ต้องใช้กำลัง: ถ้าใช้กำลังเรียกว่า “ท่อง” ให้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” ที่ละเอียดอ่อน คล้ายเสียงเพลงที่เราชอบ หรือบทสวดมนต์ที่ท่องคล่องปากขึ้นใจ ดังขึ้นมาในใจ ใช้ให้เป็น อย่างนี้ถึงจะถูกหลักวิชชา
- หมั่นฝึกทุกอิริยาบถ ปรับปรุงทุกครั้ง: นั่งฝึก ยืนฝึก เดินฝึก นอนฝึก ทำภารกิจอะไรก็ฝึกไปเรื่อย ๆ เพราะไม่มีทางลัดอื่นใดที่จะเข้าถึงจุดที่หยุดนิ่งได้นอกจากความพยายาม แล้วหมั่นสังเกต ปรับปรุง ปรับใจเราทุกรอบ ทุกครั้ง ทุกวัน ถ้าเรามีฉันทะขนาดหลงใหล ต้องเอาให้ได้ อย่างนี้เราจะสมหวัง สักวันหนึ่งเราก็จะฝึกได้ ทำได้
- วางใจที่ฐานอื่นก่อนก็ได้: ถ้ายังวางใจที่ฐานที่ ๗ ไม่ได้ จะเริ่มจากฐานอื่นก่อนก็ได้ ตรงไหนก็ได้ที่เรามีความรู้สึกพึงพอใจ ชอบ สบายใจ จะนึกว่าตัวเราอยู่ในศูนย์กลางกายที่ขยายไปแล้วเต็มห้อง หรือสุดขอบฟ้าก็ได้ แล้วใจก็นิ่งสบาย ๆ จะมีแสงแวบไปแวบมา เป็นดวงก็มี ข้างหน้า ข้างหลัง ซ้าย ขวา ล่าง บน ก็ให้เฉยไว้ เล่นตัวไว้เรื่อย ๆ อย่าไปสนใจ ทั้ง ๆ ที่อยากมองใจจะขาด ถ้าเราจ้องก็จะหาย เพราะฉะนั้นนิ่งอย่างเดียว พอถูกส่วนเดี๋ยวจะมาอยู่ ณ ที่เราพึงพอใจเอง แล้วจึงน้อมเข้ามาที่ฐานที่ ๗
- นึกถึงสิ่งที่คุ้นเคย: ถ้านึกดวงแก้วไม่ออก องค์พระก็ไม่ได้ ก็ให้ระลึกถึงหลวงปู่ฯ บ้าง คุณยายอาจารย์ฯ บ้าง หรือจะนึกถึงสิ่งที่คุ้นเคยก่อนก็ได้ จะเป็นเพชรนิลจินดา ผลหมากรากไม้ อะไรได้ทั้งนั้น แต่ต้องเป็นวัตถุสิ่งของที่นึกแล้วสบายใจ ใจสูงส่งบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น พอใจมันนิ่ง ใจมันสบายแล้ว เดี๋ยวก็มาเอง จากฟุ้งมากจะมาฟุ้งน้อย จากฟุ้งน้อยก็มาไม่ฟุ้ง จากมืดก็มาสว่าง ไปตามขั้นตอน
- ฟุ้งก็ช่างมัน: ใครที่นั่งแล้วยังฟุ้งอยู่ ก็ช่างมันนะ เป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นมนุษย์ธรรมดา ความคิดอะไรที่วนอยู่ในใจเรามากก็ฟุ้งมาก น้อยก็ฟุ้งน้อย “ช่างมัน” สองคำนี้ แล้วก็นั่งเฉย ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ช้ามันจะฟุ้งในระดับที่เราไม่รำคาญ ทั้ง ๆ ที่ฟุ้งเท่าเดิม แต่เราไม่รำคาญ นั่นเราเป็นต่อแล้ว และพอนั่งครั้งถัด ๆ มา รู้สึกว่าเริ่มโล่ง เริ่มโปร่ง เริ่มสบาย เริ่มรู้สึกตัวขยาย หรือรู้สึกตัวหาย หรือเวลามันหมดเร็วเหลือเกิน นั่นก็เป็นมิเตอร์วัดว่าใจเริ่มรวมเป็นสมาธิแล้ว เรียกว่า “ขณิกสมาธิ” ยังเป็นสมาธิอ่อน ๆ อยู่ เราก็ฝึกไปเรื่อย ๆ
- วินาทีเพชร วินาทีพลอยจะต้องมาถึง: อย่าคิดเลยเถิดวิตกกังวลว่า กว่าจะเห็นคงตายมั้ง ชาติหน้ามั้ง มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก มันจะเร็ว ๆ นี้ จุดที่จะถึงใช้เวลาแค่วินาทีเท่านั้น ถ้าใจหยุดนิ่ง ๆ ได้ และตั้งใจทำความเพียรอย่างจริงจัง หมั่นปรับปรุงให้ถูกหลักวิชชา วินาทีเพชรวินาทีพลอยนั้นจะต้องมาถึงเราอย่างแน่นอน อาจจะคืนนี้ก็ได้ อาจจะพรุ่งนี้ก็ได้ ให้นั่งให้สบายใจ เบิกบาน แช่มชื่น ใครเหนื่อย ใครเพลีย ใครตึง ก็ปล่อยให้หลับที่กลางกาย กลางอู่แห่งทะเลบุญ ใครเมื่อยก็ขยับ ฟุ้งก็ลืมตา แล้วก็ว่ากันใหม่
หลวงพ่อเชื่อว่า ลูกหลวงพ่อทุกคน นักเรียนอนุบาลฝันในฝันทุกท่านทั่วโลกทำได้ ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ และทำตามที่แนะนำอย่างนี้ เดี๋ยวเราจะสมหวัง
บทความอื่นในชุด ง่ายแต่ลึก:
บทความนี้เรียบเรียงจากคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโย ในรายการ “ง่ายแต่ลึก” ตอนที่ ๒ “มองผ่าน ๆ” (จากพระธรรมเทศนาเมื่อวันพุธที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕)
