(บทความนี้รอภาพที่เราสร้างเอง สำหรับนำมาตั้งเป็น Featured Image)
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและสิทธิเสรีภาพได้รับการเชิดชู บางครั้งเราอาจต้องเผชิญกับภาพบาดตาบาดใจของผู้ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เคารพผู้ทรงศีล หรือถึงขั้นใช้อำนาจและสถานะทางโลกมาพยายามกดข่มพระภิกษุสงฆ์ การเห็นภาพเช่นนี้ย่อมสร้างความสะเทือนใจและความขุ่นเคืองให้กับชาวพุทธผู้มีศรัทธา
ความโกรธที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะมันสะท้อนถึงความรักและความหวงแหนในพระพุทธศาสนา แต่การปล่อยให้ความเดือดดาลนั้นครอบงำจิตใจจนทำให้เราคิดร้าย หรือตอบโต้ด้วยความรุนแรงกลับไป ย่อมไม่ใช่สิ่งที่พระธรรมสอนไว้
หลักธรรมที่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในสถานการณ์เช่นนี้คือ “กฎแห่งกรรม” พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรามองสรรพสิ่งตามความเป็นจริง การกระทำอันเป็นการล่วงเกินต่อผู้ทรงศีล หรือความไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั้น เป็นกรรมหนักที่ผู้กระทำได้สร้างเหตุและจะต้องรับผลนั้นด้วยตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ตามแนวทางที่เราได้กล่าวถึงในบทความ คนใกล้ชิดวัดแต่หัวใจกระด้าง: วิธีทำความเข้าใจและไม่เสื่อมศรัทธา)
เมื่อเราตระหนักได้ว่า พฤติกรรมของเขาเหล่านั้นคือการสร้างเส้นทางแห่งความทุกข์ให้กับตัวเขาเองในอนาคต ความโกรธเคืองจะค่อยๆ เปลี่ยนรูปเป็นความสลดสังเวชและอุเบกขา เราไม่ควรนำเปลวไฟแห่งความโกรธของเขาหรือการกระทำที่มืดบอดของเขา มาเผาไหม้จิตใจที่สว่างไสวของเราเอง
วิธีปฏิบัติที่เกิดประโยชน์สูงสุดคือการแสดงออกถึง “คารวธรรม” หรือความเคารพในสิ่งที่ควรเคารพอย่างมั่นคง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม หากอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถตักเตือนได้ด้วยความสงบก็จงทำ แต่หากสถานการณ์นั้นมีแต่ความเกรี้ยวกราด การเดินหนีและรักษาความบริสุทธิ์ในใจตน ย่อมเป็นทางออกที่ประเสริฐกว่า
ความไม่สมบูรณ์แบบของเพื่อนมนุษย์คือบททดสอบชั้นดี หากคุณกำลังท้อแท้กับเรื่องราวที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง สามารถศึกษาแนวทางการรับมือเพิ่มเติมได้จากบทความ เมื่อชีวิตไม่เป็นอย่างที่หวัง เราควรวางใจอย่างไรให้เดินต่อได้
จงจำไว้เสมอว่า การปกป้องพระศาสนาที่แท้จริง เริ่มต้นที่การปกป้องใจของเราเองไม่ให้ตกต่ำไปตามพฤติกรรมของผู้อื่น
