ทำไมท่านั่งถึงสำคัญ
หลายคนบ่นว่านั่งสมาธิแล้วปวดหลัง ปวดเข่า ชาขา จนท้อไม่อยากนั่งอีก ความจริงแล้วอาการเหล่านี้เกิดจากท่านั่งที่ไม่ถูกต้องครับ แค่ปรับท่าทางนิดเดียวก็นั่งได้นานโดยไม่ปวด
ที่วัดพระธรรมกายมีกิจกรรมบุญเจริญสมาธิสอนท่านั่งที่ถูกหลัก ซึ่งไม่ต้องฝืนตัวไม่ต้องเกร็ง เหมาะสำหรับทุกคน
ท่านั่งที่ถูกต้อง ๔ จุด
๑. เท้าขวาทับเท้าซ้าย
วางเท้าซ้ายชิดลำตัว แล้วเอาเท้าขวาทับลงไปบนหน้าเท้าซ้าย ถ้าใครเข่าสูงหรือปวดเข่า ให้วางเท้าซ้ายบนหน้าขาขวา แล้วเอาเท้าขวาทับ ปรับได้ตามสะดวก
๒. มือขวาทับมือซ้าย
วางมือทั้งสองข้างบน schooying มือซ้ายวางชิดท้องน้อย มือขวาคว่ำลงทับบนมือซ้าย ปลายนิ้วห่างกันเล็กน้อย ไม่ต้องเกร็ง
๓. หลังตรง ไม่เอน
นั่งให้หลังตรงตามธรรมชาติ ไม่ต้องแอ่นไม่ต้องงอ ปล่อยไหล่ตกเบาๆ เหยียดคอให้ตรง คางเก็บเล็กน้อย
๔. ไม่เกร็งส่วนไหนเลย
สำคัญที่สุดคืออย่าเกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย ให้รู้สึกเหมือนนั่งพักผ่อนธรรมดาๆ ปล่อยลมหายใจเข้าออกตามปกติ
สำหรับคนปวดหลังเรื้อรัง
ถ้าหลังเจ็บจริงๆ ให้นั่งบนเก้าอี้ วางเท้าราบกับพื้น หลังพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ทำได้เหมือนกันครับ สมาธิไม่ได้วัดที่ท่านั่ง วัดที่ใจที่วางนิ่ง
งานวิจัยจาก Johns Hopkins พบว่าท่านั่งที่ผ่อนคลายช่วยลดความเครียดได้ ๓๑% คนออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมทั้งวัน ลองลุกขึ้นยืดเส้นทุก ๑ ชั่วโมง แล้วนั่งสมาธิ ๕ นาที จะช่วยลดอาการปวดหลังได้มาก
FAQ
ถาม: นั่งสมาธิแล้วขาชา เป็นอันตรายไหม?
ตอบ: ไม่อันตรายครับ ให้ลุกขึ้นยืดเส้น แล้วนั่งใหม่ ปรับท่าให้ผ่อนคลายขึ้น
ถาม: ต้องนั่งขัดสมาธิเท่านั้นหรือ?
ตอบ: ไม่จำเป็นครับ นั่งบนเก้าอี้ก็ได้ ขอแค่หลังตรงไม่เอนหลัง ใจวางที่ศูนย์กลางกาย
สรุปบทเรียน จำไว้เสมอ
ท่านั่งที่ถูกต้องคือเท้าขวาทับซ้าย มือขวาทับมือซ้าย หลังตรง ไม่เกร็ง ถ้าปวดก็เปลี่ยนท่านั่งบนเก้าอี้ได้
อ่านต่อ สมาธิทำให้ใจเข้มแข็ง แต่ถ้าน้องต้องเอาตัวรอดจริงๆ บนถนน มีคู่มือเอาตัวรอดบนถนนรออยู่
