การฝึกสมาธิไม่ได้อาศัยเพียงความตั้งใจในวันที่เรารู้สึกดี แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการกลับมาฝึกครั้งแล้วครั้งเล่า
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การฝึกหนักขึ้นคือความอยากได้ผลมากเกินไป ยิ่งอยากเห็นผลเร็ว ใจก็ยิ่งเฝ้ารอ ตรวจสอบ และประเมินตัวเอง จนความสบายที่ควรมีหายไป
ทางที่เรียบง่ายกว่าคือสร้างเหตุที่ดีอย่างสม่ำเสมอ นั่งอย่างสบาย มีสติ และไม่เร่งผล เมื่อทำซ้ำอย่างพอดี การปฏิบัติจะค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและเป็นธรรมชาติ
ความก้าวหน้าจึงไม่ได้วัดจากประสบการณ์พิเศษเพียงครั้งเดียว แต่รวมถึงการที่เรากลับมาอยู่กับวิธีฝึกที่สมดุลและถูกต้องได้บ่อยขึ้น
ความสม่ำเสมอคือทักษะที่ฝึกได้
กำหนดเวลาหรือระยะเวลาที่ทำได้จริง แล้วกลับมาฝึกตามนั้นอย่างต่อเนื่อง การฝึกที่พอดีและรักษาได้จริงมีประโยชน์กว่าการตั้งเป้าหนักจนเกิดความกดดัน
ไม่ต้องตัดสินทุกครั้งที่นั่ง
บางวันใจสงบ บางวันใจฟุ้ง ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคำตัดสินว่าก้าวหน้าหรือถอยหลัง ให้เรียนรู้จากสภาพที่เกิดขึ้นแล้วฝึกต่อ
สร้างเหตุ ไม่สร้างความกดดัน
ความสบาย สติ ความอดทน และการฝึกซ้ำเป็นสิ่งที่เราดูแลได้ ส่วนผลลัพธ์ให้ค่อย ๆ เติบโตตามเหตุปัจจัย ไม่ต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่นั่งให้เป็นการสอบ
