ง่ายแต่ลึก 1 |EP.4| นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล

Date:

Share post:

นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล : ย้อนกลับมาปรับวิธีให้ถูกต้อง

หลายคนนั่งสมาธิมาอย่างตั้งใจและยาวนาน แต่กลับยังไม่ได้ผลสักที หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า เมื่อเรานั่งตั้งนานแล้วยังไม่ได้ผล ต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ และปรับปรุงแก้ไขวิธีการให้ถูกต้อง เพราะถ้าทำถูกวิธีแล้วมันง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำมาตั้งนานแต่ยังไม่ได้ผล หรือเพิ่งมาใหม่ ก็จะได้ฝึกกันไปพร้อม ๆ กัน มาปรับปรุงแก้ไขวิธีการตรงนี้

นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล : เริ่มต้นใหม่จากการผ่อนคลายและวางใจให้ถูกต้อง

  • เริ่มต้นอย่างง่าย ๆ หลับตาเบา ๆ: ก่อนอื่นให้ขยับเนื้อขยับตัวให้ดี กะคะเนให้เลือดลมเดินได้สะดวก จะได้ไม่ปวดไม่เมื่อย จัดท่านั่งให้ถูกส่วน แล้วเริ่มต้นอย่างง่าย ๆ หลับตาเบา ๆ พอสบาย ๆ สังเกตดูสักหนึ่งนาที ทั้งท่านั่ง ทั้งการหลับตา การวางมือที่ซ้อนกัน มีส่วนใดของร่างกายเกร็งหรือตึงบ้างไหม เพราะทุกส่วนของร่างกายต้องผ่อนคลายจึงจะถูกหลักวิชชา ใจต้องสบาย เบิกบาน
  • ความหมายของคำว่า “สบาย”: คำว่า “สบาย” ในที่นี้อาจจะยังไม่ถึงกับมีความสุขที่เกิดจากสมาธิ แต่รู้สึกว่ามันผ่อนคลาย ไม่สุขแต่ก็ไม่ทุกข์ ให้สังเกตนะ
  • สมาธิไม่ใช่ยากเกินไป ทุกคนทำได้: สมาธิอยู่ในระดับที่ทุกคนสามารถทำได้ ยกเว้นคนที่มีความผิดปกติทางด้านจิตใจ คนป่วยไม่มีแขน ไม่มีขา นอนป่วยอยู่ยังทำได้ เรามีทุกอย่างพร้อมแต่เราทำไม่ได้ แปลว่าเราคงยังทำไม่ถูกวิธี จึงต้องยอมกลับมาสู่จุดเริ่มต้นในการฝึกใจให้หยุดนิ่งเพื่อให้ใจเป็นสมาธิใหม่
  • สิ่งที่ต้องการมีอยู่ในตัวเราแล้ว: สิ่งที่เราต้องการนั้น ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่แท้จริง แสงสว่างภายใน ดวงธรรม กายในกาย รวมถึงพระธรรมกายหรือพระรัตนตรัย มีอยู่ในตัวของเราหมด หนทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ดับทุกข์ได้นั้น ก็อยู่ในกลางตัวเรา เรียนรู้กันมายาวนานแล้ว แต่ทำไมจึงยังทำไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ก็ต้องย้อนกลับมาศึกษาว่า เราได้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจครบถ้วนหรือไม่ หรือสักแต่ว่านั่งไปอย่างนั้นเอง
  • ความผิดพลาดที่ยืดเยื้อความสำเร็จ: หลวงพ่อบอกให้ผ่อนคลาย ให้หลับตาเบา ๆ แต่เราหลับตาปี๋ ปิดสนิท ไปบีบเปลือกตา กดลูกนัยน์ตาลงไปเพื่อจะมองดูในท้อง แล้วเค้นภาพขึ้นมาเพื่อให้มันชัด เหมือนเราลืมตามองภาพภายนอก พออยากให้ชัดก็หยี ๆ ตา ติดนิสัยตรงนี้ คิดว่าวิธีนี้จะใช้หาพระรัตนตรัยในตัวได้ เลยเลื่อนการเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวไปเป็นเดือน เป็นปี เป็นหลาย ๆ ปี จึงต้องมาปรับวิธีการให้ถูกต้อง มากันใหม่นะลูกนะ
  • ยอมเป็นนักเรียนอนุบาลที่แท้จริง: วันเวลาผ่านไป อายุก็เพิ่ม แต่ความแข็งแรงสดชื่นของร่างกายลดลง มีเวลาเหลืออีกไม่มาก มาปรับวิธีการกัน โดยเริ่มต้นแบบนักเรียนอนุบาล คือคุณครูแนะนำให้ทำอะไรก็ทำตามด้วยใจที่อินโนเซ้นท์ มาปรับการนั่ง ปรับการวางมือ ปรับการวางเปลือกตา ปรับการวางใจ
  • ปลดปล่อยวางอย่างแท้จริง: ใจที่เหมาะสมที่จะเข้าถึงธรรมจะต้องไม่ผูกพันกับคน สัตว์ สิ่งของใด ๆ ทั้งสิ้น ที่ได้ยินได้ฟังว่า อย่าไปยึดมั่นถือมั่น ฟังกันจนชิน แต่ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ท่านสอนให้ปลดปล่อยวาง เพราะไปผูกพันกับสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่เกิดประโยชน์ แล้วเราก็ยึดมั่นถือมั่นมายาวนาน ตั้งแต่เกิดมาจนถึงบัดนี้ ก็ไม่ได้ช่วยให้เรามีชีวิตที่สมบูรณ์มีความสุขที่แท้จริง แม้โลกใบนี้ยังถึงกาลต้องเสื่อมสลายด้วยกัปวินาศ แม้ร่างกายนี้ก็ต้องไปสู่จุดสลายสักวันหนึ่ง
  • วางแม้กระทั่งความคิดว่าจะต้องเอาให้ได้: วางแม้กระทั่งความคิดว่า เราจะต้องเอาให้ได้อย่างจริงจัง แล้วคาดหวังว่าวันนี้เราจะนั่งได้ดีกว่าเมื่อวาน ดีกว่าทุก ๆ วัน ความคิดชนิดนี้แม้เป็นกุศลธรรมก็ไม่ควรคิด ไม่ต้องไปคิดเรื่องอะไร ไม่ว่าจะบวกหรือลบ ให้หยุดตรงกลาง ๆ แต่แม้หยุดตรงกลาง ความคิดก็ยังผ่านมาในใจอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องใช้สองคำว่า “ช่างมัน”
  • ทำตัวเหมือนท่อน้ำ: ในชีวิตประจำวันเราเก็บประสบการณ์เหล่านั้นมาเป็นภาพ สั่งสมอยู่ในใจ ถึงคราวที่มันจะคลี่คลายก็จะมาฉายให้เห็นเป็นภาพ ถ้าไปผูกพันกับมันก็ฟุ้งซ่าน ถ้าไปต่อต้านไม่ให้คิดก็อึดอัด ทุรนทุราย จึงให้ทำตัวเหมือนท่อน้ำ คืออยู่เฉย ๆ ปล่อยให้น้ำมันผ่านไป ท่อธารของใจก็เช่นเดียวกัน ปล่อยให้ความคิดเหล่านี้ผ่านไป โดยไม่ต้องไปคิดต่อ ทำเฉย ๆ นิ่ง ๆ ตรงนั้น
  • บริกรรมนิมิตและคำภาวนา: ได้รับคำแนะนำว่าให้นึกถึงบริกรรมนิมิตเป็นเพชรสักเม็ด หรือองค์พระใส ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วประคองใจด้วยคำภาวนา สัมมา อะระหัง ถึงจุด ๆ หนึ่ง ไม่อยากจะภาวนาก็ไม่ต้องภาวนา ไม่อยากนึกถึงภาพก็ไม่ต้องนึก หรือนึกแล้วชัดได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นไปก่อน ทำอย่างง่าย ๆ อย่างนี้แหละ แต่เรามักจะฟังผ่าน ๆ พอฟังผ่าน ชีวิตก็ทุกข์ทรมาน เหมือนนั่งฟรีกันไปทุกครั้ง เมื่อยฟรี นั่งฟรี ได้แต่ขันติบารมี มันหมดเวลาที่จะต้องสูญเสียไปกับอย่างนั้นแล้ว
  • เอาใจกลับมาอยู่ในตัว: นั่งให้ใจนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องไปควานหาอะไรในที่มืด ให้ใจอยู่กับตัว มันแปลกนะ ถ้าใจมาอยู่ภายในตัว กายจะเบาสบาย โล่ง โปร่ง แต่ถ้าใจไปนึกถึงสิ่งข้างนอก ไม่ว่าจะนึกถึงนกที่บินไปในอากาศ สําลีปุยนุ่นที่ล่องลอย เมฆที่เลื่อนลอย หรือเครื่องบินที่บินบนท้องฟ้า กายก็ไม่เบา วิธีที่จะให้ใจเบาได้ ต้องเอาใจกลับมาอยู่ในตัว ตั้งแต่ปากช่องจมูก หัวตา กลางกั๊กศีรษะ เพดานปาก ช่องปาก กลางท้อง อยู่เหนือสะดือขึ้นมาสองนิ้วมือ ดีที่สุดคืออยู่ในกลางท้องนิ่ง ๆ แล้วอยู่ระดับนั้นไปเรื่อย ๆ แล้วมันจะถูกส่วนของมันไปเอง
  • รางวัลของการนั่งในแต่ละครั้ง: เวลาถูกส่วน จะมีปรากฏการณ์เกิดขึ้นที่ร่างกาย คือตัวจะโล่ง โปร่ง เบา สบาย แม้ยังไม่เห็นอะไร ก็เป็นรางวัลสำหรับการนั่งในแต่ละครั้ง แล้วเราจะรู้สึกพึงพอใจว่า เออ แม้ยังไม่เห็นอะไรก็รู้สึกว่านั่งแล้วดีนะ มีรางวัล แต่เดิมเรารู้สึกว่าต้องฝืนต้องพยายามนั่ง แต่พอทำถูกวิธีแล้วได้ผลคือ ตัวโล่งโปร่งเบาสบาย ความสมัครใจอยากนั่งจะเกิดขึ้นมาเอง อยากนั่งนุ่ม ๆ เบา ๆ ไปนาน ๆ ให้พึงพอใจในระดับนี้ไปก่อน แม้ไม่มีภาพให้เห็น แม้ได้ยินเพื่อนนักเรียนก้าวหน้ากว่า ก็ยังรักษาความสงบของใจได้ ไม่เร่าร้อน อย่างนี้จึงถูกหลักวิชชา
  • นิ่งแน่น เปลี่ยนสภาวะจากหยาบไปละเอียด: ฝึกให้ชำนาญ ไปสู่จุดนี้อีก ๆ นิ่ง นุ่ม นานขึ้น จนกระทั่งนิ่งแน่น ซึ่งไม่ได้แปลว่าอึดอัด แต่หมายถึงนิ่งติดแน่นในกลางกายมากเข้า ๆ จะรู้สึกกายขยาย เปลี่ยนสภาวะจากของหยาบมาเป็นของละเอียด คล้ายวัตถุเปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลว จากของเหลวเป็นไอเป็นแก๊ส เปลี่ยนสภาวะด้วยการนำใจมาหยุดนิ่ง ๆ อย่างนี้ จากหยาบก็ไปสู่ความละเอียดไปเรื่อย ๆ
  • ฝึกทุกอิริยาบถ สัมผัสกระแสความสุขภายใน: ฝึกไปในทุกอิริยาบถ นั่ง นอน ยืน เดิน ฝึกไปเรื่อย ๆ ก็จะมาถึงตรงนี้ได้เร็วขึ้น นานขึ้น จนกระทั่งเริ่มสัมผัสกระแสแห่งความสุขภายในที่แตกต่างจากความสุขภายนอก กระแสความสุขนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้อยากนั่งไปนาน ๆ โดยไม่อิ่มไม่เบื่อ เมื่อความรู้สึกนี้เกิดขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าไม่ช้าเราจะเข้าถึงแสงสว่างภายใน จิตจะบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น ความสว่างจะเกิดขึ้น เป็นแสงสว่างภายในที่นุ่มเนียนตาละมุนใจ และจะทำให้เห็นภาพภายในวอบ ๆ แวบ ๆ เกิดขึ้น
  • อย่าคว้าแหนภาพ ใจอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗: เมื่อแสงสว่างหรือภาพเกิดขึ้น อย่าไปคิดอะไรมาก เห็นแล้วก็ดูไป หายไปก็ช่างมัน แสงสว่างเกิดขึ้นแวบหนึ่งก็เฉย ๆ แวบมาแล้วก็แวบไปก็เฉย ๆ จะมาข้างหน้า ข้าง ๆ ข้างหลัง ข้างไหนก็ช่างเถิด เรานิ่งอยู่ตรงกลางท้องของเรา อย่าไปชำเลืองดูหรือหวงแหนภาพนั้น ยิ่งหวงแหนก็ยิ่งหนีหายไป ใจจะต้องอยู่ที่เดียวที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เฉย ๆ มันก็แวบไปแวบมาให้เห็นได้นานขึ้นเรื่อย ๆ
  • ควบคุมใจได้เหมือนสารถี: เมื่อมีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางเพิ่มขึ้น ไม่ช้าเราก็จะควบคุมมันได้ เหมือนเป็นสารถีชั้นดีที่ควบคุมการขับรถ จะเลี้ยวซ้าย ขวา ไปข้างหน้า ข้างหลัง หรือหยุดนิ่งได้ เหมือนควบคุมม้าพยศ เหมือนสัตว์เลี้ยงได้ ฝึกไปเรื่อย ๆ ใจหยุดนิ่ง เดี๋ยวก็มีประสบการณ์ภายในใหม่ ๆ มาให้ดู
  • ยอมเริ่มต้นใหม่ทุกวัน: มันจะยากตอนช่วงแรก ๆ ดังนั้นเรายอมตนเป็นนักเรียนอนุบาลทุก ๆ วัน ให้เริ่มต้นใหม่อย่างง่าย ๆ อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วมันก็จะค่อย ๆ ละเอียดลุ่มลึกขึ้นไปตามลำดับ จะรู้เห็นอะไรไปตามความเป็นจริง จะได้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วภายใน นี่ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องปรับปรุงตัว

นี้อธิษฐานจิต เมื่อนึกถึงบุญทุกบุญที่ทำผ่านมานับภพนับชาติไม่ถ้วนมาจนถึงวันนี้ รวมอยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แล้วอธิษฐานจิตให้บุญนี้ขจัดสิ่งที่เป็นมลทินของใจให้หมดสิ้นไป ให้เป็นผังสำเร็จติดไปในภพเบื้องหน้า ให้สมบูรณ์ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภยศสรรเสริญสุข มรรคผลนิพพาน วิชชาธรรมกาย มีสติปัญญารักษาตน แล้วให้บุญนี้ถึงแก่หมู่ญาติ บรรพบุรุษ บุพการี ญาติสนิทมิตรสหายที่ละโลกไปแล้ว รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล ให้ได้มีส่วนแห่งบุญที่เราทำเอาไว้อย่างดีแล้ว

บทความอื่นในชุด ง่ายแต่ลึก:

บทความนี้เรียบเรียงจากคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโย ในรายการ “ง่ายแต่ลึก” ตอนที่ ๔ “นั่งตั้งนานทำไมยังไม่ได้ผล” (อาทิตย์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘)

spot_imgspot_img

Related articles

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.3| เราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล / 4 ส.สำเร็จ

วิธีวางใจเบา ๆ เหมือนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และหลัก ๔ ส. สำเร็จ คือ สติ สบาย สมำ่เสมอ สังเกต กุญแจนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม จากคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโย

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.2| มองผ่าน ๆ

เรียนรู้วิธีวางใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายด้วยการมองผ่าน ๆ อย่าจ้อง อย่ากดลูกนัยน์ตา ให้มองด้วยสำนึกละเอียดลึก ๆ ใจก็จะหยุดนิ่งได้เอง หลวงพ่อธัมมชโย

ง่ายแต่ลึก 1 |EP.1| ประสบการณ์หนึ่งนาทีที่ใจหยุดนิ่ง

เรียนรู้ว่าทำไมแค่หยุดนิ่งเพียง 1 นาทีในการทำสมาธิ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ หลวงพ่อธัมมชโยสอนว่า หยุดนิ่งแค่นาทีเดียวก็คุ้มค่าแล้ว

อานิสงส์แห่งการอนุโมทนาบุญ (ปัตตานุโมทนามัย): แค่พลอยยินดี จิตก็ได้รับมงคลชีวิตใหญ่

เคยรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจไหมเมื่อเห็นคนอื่นทำความดี? ในทางพุทธศาสนา นั่นคือ **ปัตตานุโมทนามัย** — บุญที่เกิดจากการพลอยยินดีในความดีของ...